ส่องตลาดจักรยานในยุคปัจจุบัน

ปริมาณจักรยานที่ปรากฏตามท้องถนน การเพิ่มพื้นที่ขายยานพาหนะสองล้อตามช็อป และเคาน์เตอร์อุปกรณ์กีฬาของดิสเคานต์สโตร์ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค หรือแม้แต่เว็บไซต์ดังอย่างพันทิป ต้องเพิ่มพื้นที่สำหรับกระทู้ที่พูดคุยเรื่องของจักรยานโดยเฉพาะ ทั้งหมดนี้คือปรากฏการณ์ที่แผนก Invention ต้องทำหน้าที่มอนิเตอร์แล้วต่อมายัง มายด์แชร์ เพื่อนำไปสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดให้กับลูกค้า อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่มีนักการตลาดแบรนด์ใดที่หยิบยกเอากระแสเรื่องจักรยานมาใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่ผู้ขับขี่จักรยานมีหลายระดับ ตั้งแต่จักรยานคันละแสน ไปจนถึงมูลค่า 4-5 พันบาท สำหรับผู้เริ่มต้น

นับตั้งแต่เกิดภาวะราคาน้ำมันสูงและภาวะโลกร้อน ทั่วโลกก็กลับมาให้ความสำคัญกับการใช้จักรยานเป็นพาหนะมากขึ้น รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยปัจจุบันในประเทศไทยมีการสร้างทางสำหรับจักรยานควบคู่ไปกับทางสำหรับรถยนต์มากขึ้น ทั้งในเขตเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ไปจนถึงเมืองขนาดเล็กทั่วประเทศ

มีการตั้งกลุ่มและชมรมต่างๆ ในหมู่ผู้รักการขี่จักรยานมากขึ้นในทุกภูมิภาคของประเทศ รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวในเส้นทางต่างๆ ทั้งระยะใกล้และระยะไกล จนเกิดเป็นกระแสการท่องเที่ยวโดยจักรยานอย่างกว้างขวางและมีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากที่กิจกรรม Bike For Mom ที่เป็นเหมือนไอพ่น ผลักให้เทรนด์นี้ติดลมบนไปอีกนาน

จึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพผ่านการปั่นจักรยานมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้ใช้จักรยานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสิ้นปี2558 จะมีประชากรไทยผู้ใช้จักรยานอยู่ถึง 3,200,000 คน และจากสัดส่วนจะพบได้ว่าเทรนด์นี้เริ่มมาในหมู่ผู้ชายมากกว่า เพราะเป็นกิจกรรมที่ลุยๆ แต่จากสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของผู้หญิง เกิดจากที่หันมาออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานมากขึ้น เกิดจากการที่มีแจ็คเก็ตและอุปกรณ์ปั่นจักรยานสำหรับผู้หญิงที่มากขึ้น จึงเป็นปัจจัยหนุนที่ทำให้ผู้หญิงหันมาสนใจการปั่น


เสือหมอบ (Road Bike) เป็นจักรยานที่เน้นทำความเร็วบนถนนทางเรียบ

1253430_mfullcustomจักรยานเสือหมอบ (Road Bike) เป็นจักรยานที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานบนถนนทางเรียบทั่วไป จุดเด่นของจักรยานชนิดนี้คือ ล้อยางขนาดเล็ก มีรูปทรงที่ลู่ลม แฮนด์จักรยานจะโค้งและต่ำกว่าที่นั่งเพื่อให้สามารถนั่งในท่าที่ลดแรงปะทะของลมได้ ทำให้มีความเร็วสูง ซึ่งถ้าเป็นระดับนักกีฬาก็อาจทำได้สูงถึง 50-60 กม./ชม. จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักปั่นที่ชื่นชอบความเร็ว สำหรับราคาและประสิทธิภาพของเสือหมอบขึ้นอยู่กับวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ ซึ่งจะให้ผลที่แตกต่างกันทั้งน้ำหนัก ความแข็งแรง และความลื่นไหลของการขี่ โดยเสือหมอบจะมีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนเลยทีเดียว

ถูกออกแบบมาให้เน้นทำความเร็วบนถนนทางเรียบ ใช้ยางหน้าเล็กเพื่อลดแรงเสียดทาน ท่านั่งขี่จะก้มตัวเพื่อให้ลู่ลม น้ำหนักรถเบา ทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อทำความเร็วโดยเฉพาะ เสือหมอบเป็นจักรยานที่ใครชอบดูรายการกีฬาจะเห็นในรายการแข่งขันบ่อยๆ เสือหมอบเป็นจักรยานที่ไม่เหมาะกับเส้นทางวิบาก ด้วยลักษณะของการออกแบบที่ไม่มีระบบกันสะเทือนและใช้ยางหน้าแคบโดยปกติแล้วจะใช้หน้ายางขนาด 20, 23, 25 ม.ม. ซึ่งพื้นที่สัมผัสพื้นถนนจริงประมาณไม่เกิน 10 ม.ม. หรือ 1 เซนติเมตรเท่านั้นเอง ประกอบกับใช้วงล้อขนาด 700c จึงเป็นรถที่ทำความเร็วได้เหนือกว่าเสือภูเขาและจักรยานประเภทอื่นๆ สำหรับผู้ที่รักชอบความเร็วแบบเสือหมอบแต่ต้องการลุยเส้นบางวิบาก อาจสนใจจักรยานประเภทย่อยของเสือหมอบแบบ Cyclocross

การเลือกขนาดของจักรยานประเภท Road Bike ที่เหมาะสมกับสรีระร่างกายของนักปั่นและการปรับตั้งตำแหน่งท่าทางการปั่นของนักปั่นให้เข้ากับจักรยานนับเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งหากเราเลือกขนาดของจักรยานและปรับตำแหน่งท่าทางไม่ถูกต้องแล้ว มันอาจจะทำให้เรารู้สึกว่ามันปั่นไม่สนุก ปวดล้า เจ็บปวดร่างกายของเรา นอกจากนี้การปรับตั้งตำแหน่งท่าทางการปั่นที่ไม่ถูกต้องจะทำให้ลดประสิทธิภาพของการปั่นจักรยานของเราอีกด้วย สำหรับจักรยานประเภทนี้บางรุ่นผลิตขึ้นมาเพื่อเน้นเรื่องความเร็วซึ่งจะต้องมีการจัดวางตำแหน่งท่าทางการปั่นของนักปั่นให้ต้องถูกหลักอากาศพลศาสตร์ให้มากที่สุด ในขณะที่บางรุ่นอาจจะไม่เน้นเรื่องความเร็วจึงไม่ต้องเน้นเรื่องอากาศพลศาสตร์ของตำแหน่งท่าทางการปั่นของการปั่นมากนัก จักรยานประเภทนี้บางครั้งอาจจะมีการอุปกรณ์เพิ่มเติมอื่น เช่นแร๊คเพื่อใส่วางสัมภาระและระบบไฟส่องสว่าง ทั้งนี้ก็เพื่อใช้ในการเดินทางในเมืองหรือเพื่อท่องเที่ยว


ร้านขายอะไหล่จักรยาน ธุรกิจใหม่ที่กำลังเติบโต

เทรนด์ของจักรยานที่มาพร้อมกับการรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนและงานออกแบบที่ช่างเย้ายวนเสียเหลือเกินนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้เราจะเห็นแกงค์จักรยานหลายแกงค์ร่อนอยู่ตามท้องถนนเท่านั้น แต่ธุรกิจอีกสายหนึ่งที่ติดตามมาโดยอัตโนมัติก็คือ ร้านขายอะไหล่จักรยาน

เปิดร้านขายอะไหล่จักรยาน ธุรกิจใหม่ที่กำลังเติบโตและมียอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่หันมาใช้จักรยานกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านการออกกำลังกาย หรือใช้สำหรับการเดินทาง ล่าสุดทางกรุงเทพมหานครได้จัดให้มีช่องทางสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ และจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้จักรยาน และเพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดกับผู้ใช้รถจักรยาน นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับต่างชาติด้วย แต่เส้นทางสำหรับจักรยานยังคงน้อยอยู่ และการใช้จักรยานในเขตเมืองยังคงอันตรายอยู่มาก นอกจากนี้ในต่างจังหวัดของประเทศไทยของเรา ในเขตพื้นที่จังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวชอบเดินทางท่องเที่ยวก็มีการส่งเสริมให้มีการใช้จักรยานสำหรับเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ด้วยเหตุนี้การ เปิดร้านขายอะไหล่จักรยาน จึงเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่กำลังมีความเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีการแข่งขันที่ยังน้อยอยู่

การเปิดร้านขายอะไหล่จักรยาน มีอะไรบ้าง
– หาแหล่งผลิตอะไหล่ เช่น อาจจะนำเข้าจากประเทศผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งในปัจจุบันถ้าเราค้นหาในอินเตอร์เน็ตก็จะพบว่ามีบริษัทที่รับขนส่งทางเรือที่สามารถนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก
– หา ระบบขายปลีก(Retail POS) สำหรับบริหารร้านค้า ช่วยในเรื่องของ การจัดการคลังสินค้า การทำบัญชี และรายได้กำไร เป็นต้น
– ทำการโปรโมทผ่านสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นหน้าเว็บไซต์ ก็จะมีโปรแกรมสำหรับสร้างเว็บไซต์ขายสินค้า เช่น joomla, opencart, prestashop เป็นต้น หรือจะทำการโปรโมทหรือทำการตลาดผ่านเครือข่ายสังคม เช่น facebook, google+ เพิ่มเติม

การเปิดร้านขายอะไหล่จักรยาน สามารถเน้นเป็นอุปกรณ์ตกแต่ง หรืออุปกรณ์ชุดกีฬา นอกจากนี้หากมีประสบการณ์หรือมีพนักงานที่สามารถซ่อมแซมจักรยานได้ ก็จะยิ่งส่งเสริมการขายสินค้าอย่างครบวงจร

 


ข้อควรระวังการปั่นจักรยานในกรุงเทพฯ

ข้อควรระวังการปั่นจักรยานในกรุงเทพฯ
ปัจจุบันสังคมเมืองประสบปัญหาการจราจรติดขัดมากขึ้นทุกวัน ทั้งๆ ที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงก็ไม่ได้ลดลง แต่กลับมีรถยนต์บนถนนเพิ่มมากขึ้น ในปีนี้สังคมเมืองใหญ่ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย จึงยกระดับการคาดหวังจาก “ปั่นจักรยาน” เพราะเชื่อว่าถ้าสามารถจูงใจให้คนทำงานลดใช้รถยนต์ส่วนตัวเพิ่มขึ้น ย่อมจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ สู่ชั้นบรรยากาศด้วย
ความสะดวกสบายในการเดินทางโดยอาศัยพาหนะส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ จักรยานยนต์ นับวันก็ยิ่งสร้างปัญหามลพิษทางอากาศ และส่วนมากก็รับรู้ว่าคือสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยเพาะในสังคมเมืองใหญ่ยังพบว่า ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพทั้งแก่ผู้เดินทางและชุมชนที่มีเส้นทางผ่าน รวมถึงทำให้การจราจรติดขัด และสร้างอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น
การปั่นจักรยานไปทำงานในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครนั้นไม่ง่ายดายเหมือนกัน เพราะต้องอาศัยความกล้า หูตาก็ต้องไว มีร่างกายแข็งแรงที่พร้อมขับขี่ ข้อสำคัญ การตัดสินใจพาตนเองไปเสี่ยงต่ออันตรายบนท้องถนนที่มากด้วยรถยนต์ และจักรยานยนต์ หากผู้ใดยังปั่นได้ไม่แข็งแรง ก็ควรฝึกฝนในระยะทางที่ใกล้ๆ ในซอยแถวบ้านก่อน และโปรดจำไว้ว่า ปั่นบนถนนใหญ่นั้น ควรไปเป็นกลุ่มจะปลอดภัยกว่าไปคันเดียว
ข้อควรระวังการปั่นจักรยานในกรุงเทพฯ
1. ระยะอาน เมื่อนั่งแล้วต้องสามารถเหยียดเท้ายันพื้นได้ แบบเขย่งหรือปลายเท้าก็ได้ ห้ามเท้าลอยเพราะเวลาเบรก หรือ หยุดกะทันหันจะไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ จะล้มเอา ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ใช่ระยะเดียวกับการ fitting
2. หน้ากากกันฝุ่น เพื่อป้องกันฝุ่นละออง ควัน กลิ่น จะป้องกันได้ดีกว่าผ้าพับ ทนร้อนหน่อยแต่เดี๋ยวก็ชิน แล้วจะรู้สึกว่าอากาศที่สูดเข้าไปสะอาดขึ้นเยอะเลย
3. ติดแตรนก แตรไฟฟ้า เสียงจะดังกว่ากระดิ่งมาก เสียงกระดิ่งจะไม่มีใครสนใจ และไม่ได้ยินเพราะเสียงบนท้องถนนมันดังมากอยู่แล้ว (กระดิ่งผมคิดว่าเหมาะกับปั่นในสวนมากกว่า)
4. ควรใส่หมวก
5. กระจกมองหลัง แล้วแต่ถนัด ยิ่งใหญ่ยิ่งดี แต่ควรมองหลังทุกครั้งที่เลี้ยว
6. ติดไฟหน้า-หลัง (ขี่กลางคืน หรือเช้าตรู่)


ประโยชน์ในเรื่องสุขภาพของนักปั่นจักรยาน

ประโยชน์ในเรื่องสุขภาพของนักปั่นจักรยาน
การออกกำลังกายสามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีหนึ่งที่กำลังฮิตอินเทรนด์มาแรงแซงโค้งเลยก็คือ กระแสของการปั่นจักรยานนั่นเอง ซึ่งการปั่นจักรยานนั้นมีข้อดีหลายอย่าง ทั้งช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ให้ความสนุกสนาน และสามารถชิลกับบรรยากาศรอบข้างที่แปลกใหม่ได้อีกด้วย แต่การปั่นจักรยานไม่ใช่แค่กระโดดขึ้นขี่ให้เหนื่อยแล้วจบกัน ทว่ายังมีวิธีการที่นักปั่นจำเป็นต้องรู้เพื่อให้การขี่จักรยานของส่งผลดีต่อร่างกายมากที่สุด ว่าแล้วกระปุกดอทคอมเลยอยากมาแนะนำให้นักปั่นทั้งมือใหม่และหน้าเก่าได้รู้จักวิธีการขี่จักรยานเพื่อออกกำลังที่ถูกต้อง จะได้สนุกกับเจ้าสองล้อคู่ใจของคุณได้อย่างเต็มที่

วิธีการฝึกปั่นจักรยานมีหลากหลายวิธี คนที่ชอบความเร็วอาจจะปั่นเร็วแรงตั้งแต่แรกยาวจนเหนื่อย บางคนเน้นชิลขี่กินลมไปเรื่อย ๆ ซึ่งก็ดีทั้ง แต่วันนี้เราจะขอแนะนำวิธีการฝึกที่ได้ผลและช่วยให้ร่างกายคุณได้รับประโยชน์จากจักรยานมากขึ้น นั่นคือการขี่จักรยานแบบเบาสลับหนักหรือที่เรียกว่าอินเทอร์วอล (Interval) ซึ่งการขี่จักรยานแบบดังกล่าวจะทำให้ร่างกายออกแรงเต็มที่ในเวลาไม่นานมากอีกด้วย การปั่นจักรยานแบบอินเทอร์วอลสามารถทำได้หลายวิธีและส่งผลกับร่างกายแตกต่างกันออกไป แต่วิธีที่นิยมกันก็คือการปั่นเพื่อความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อซึ่งใช้เวลาเพียงเซตละ 10 นาทีเท่านั้น โดยคุณจะต้องปั่นออกแรงเต็มที่ต่อเนื่องกัน 40 วินาที และปั่นเบาลง 20 วินาที ทำสลับกันแบบนี้ 10 ครั้งนับเป็น 1 เซต แล้วพัก 5 นาที หลังจากนั้นจึงเริ่มต้นอีกเซตรวมเวลา 25 นาที

นักปั่นทั้งหลายควรกินอะไรบ้างและกินอย่างไรจึงจะเหมาะสม

ช่วงก่อนปั่น

อาหารที่ควรกินก่อนปั่นนั้นจำเป็นต้องให้พลังงานแก่ร่างกาย เช่นแป้งหรือน้ำตาล แต่ควรเป็นแป้งหรือน้ำตาลธรรมชาติที่ร่างกายจะย่อยมาใช้เป็นพลังงานได้ง่ายและรวดเร็ว  ทำให้คุณปั่นได้นานขึ้นและช่วยป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ

ช่วงระหว่างปั่น

ควรตุนอาหารประเภทแป้งที่ให้พลังงานได้รวดเร็วไว้สักหน่อย ถ้าหากต้องขี่เป็นระยะทางไกล ๆ เป็นเวลาเกิน 2 ชั่วโมงขึ้นไป โดยอาจเป็นผลไม้อบแห้งหรือผลไม้เชื่อมซึ่งไม่เน่าเสียเมื่ออยู่ท่ามกลางอากาศร้อน เป็นต้น รวมทั้งควรดื่มน้ำเป็นระยะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำและให้ความสดชื่นมากขึ้นอีกด้วย

 ช่วงหลังการปั่น

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับทานอาหารหลังจากคูลดาวน์เรียบร้อยแล้วเป็นเวลา 30 นาที ถึง 4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายจะแปลงคาร์โบไฮเดรตเป็นไกลโคเจนหรือพลังงานสำรองในร่างกายซึ่งไม่ทำให้อ้วน จึงเหมาะสมจะกินช่วงนั้นมากที่สุดรวมทั้งก็ควรกินโปรตีนเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอด้วยนอกจากนี้ คุณควรดื่มน้ำเพื่อชดเชยส่วนที่เสียไป และไม่ควรดื่มนมแทนน้ำ เพราะมีไขมันมากกว่าและแปลงเป็นน้ำได้ยากกว่า