การลดพลังงานเชื้อเพลิงด้วยการหันมาใช้จักรยานไฟฟ้า

January 27th, 2015

จากปัญหาวิกฤตการณ์น้ำมันที่มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปัญหาจากการปล่อยก๊าซพิษจากรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ปัญหาจากฝุ่นละออง ส่วนใหญ่มาจากยานยนต์และโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้เกิดมลพิษในอากาศซึ่งมีผลต่อสุขภาพที่เราอาจคิดไม่ถึง การนำจักรยานไฟฟ้ามาใช้แทนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ประโยชน์ที่เห็นได้ชัด คือ เป็นการลดพลังงานเชื้อเพลิง เป็นการลดระดับฝุ่นละอองในอากาศและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากท่อไอเสีย ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น เป็นการช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน และจะช่วยรัฐประหยัดเงินในเรื่องของการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และช่วยรัฐประหยัดเงินในการดูแลสุขภาพของประชาชนหลายหมื่นล้านบาทอันเกิดจากฝุ่นละอองในอากาศและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากท่อไอเสีย และได้ออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเอง

จักรยานไฟฟ้า คือสิ่งที่รวมเอาควรสะดวกของรถยนต์กับรวมเอาข้อดีของจักรยานเข้าไว้ด้วยกัน ข้อดีของรถคือไปไหนมาไหนได้รวดเร็ว จักรยานไฟฟ้าสามารถบรรทุกของหนักได้ เช่น เก้าอี้สำหรับเด็กเล็ก หรือเด็กนั่งซ้อน เสื้อผ้า รองเท้า คอมพิวเตอร์ ของกิน ฯลฯ หรืออาจจะทำเป็นจักรยานสำหรับบรรทุกของก็ได้เช่นกัน มีหลายเหตุผลว่าทำไมจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมอย่างมากในเวลานี้ ประการแรกคือคุณไม่ต้องใช้น้ำมัน และประการที่สองคือไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน ทั้งดูทันสมัยและราคาไม่แพง สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จไฟแต่ละครั้ง และยานพาหนะรูปแบบนี้เหมาะต่อนักเรียนนักศึกษาเพราะไม่ต้องใช้ใบอนุญาตขับขี่

การปั่นจักรยานไฟฟ้าช่วยให้ออกกำลังกายดีกว่าการใช้รถเก๋งที่รถติดๆ ถ้าหากเราไม่ใช้รถเก๋งแล้วหันมาใช้จักรยาน จะทำให้เราออกกำลังกายมากขึ้นกว่าการนั่งบนรถนานๆ สำหรับบางคนที่ไม่มีกำลังมากพอที่จะปั่นใช้แรงมากๆ จักรยานไฟฟ้าช่วยให้ทำให้ออกกำลังกายได้โดยร่างกายไม่ต้องหักโหมมาก และยังสามารถทำงานต่อไปโดยไม่อ่อนล้า แต่ในบางครั้งถ้าหากคุณต้องการออกกำลังกายเต็มที่ คุณสามารถปิดระบบไฟฟ้าและใช้เท้าปั่นเหมือนออกกำลังกายปกติได้ ในอดีตชุดเกียร์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ๆในวงการจักรยาน นักปั่นจักรยานคิดว่าการปั่นจักรยานจะต้องปั่นไม่ใช้เกียร์ แต่ในปัจจุบันจักรยานดีๆทุกคันใช้เกียร์หมดทุกคัน จักรยานไฟฟ้าก็จะเป็นเช่นนั้น

ธุรกิจจักรยานยุคใหม่เริ่มต้นจากวงการจักรยาน

December 10th, 2014

ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในกระแสความคลั่งจักรยาน ไปที่ไหนก็จะมีแต่เสียงเรียกร้องให้มีการสร้างทางวิ่งเฉพาะจักรยานขึ้นมา สถานที่ของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ก็จัดสรรงบประมาณมาให้คนขี่จักรยานได้ใช้ ไม่เว้นแม้แต่สนามบินนานาชาติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ก็แย่งกันประกาศให้พื้นที่ของตนเองเป็นนครแห่งจักรยานกันมากมาย มีการจัดจ้างจัดซื้อเพื่อให้มีเส้นทางสำหรับจักรยานเกิดขึ้น โดยไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ว่าจะคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปหรือไม่ เช่นเดียวกันกับกิจกรรมทางการตลาดและส่งเสริมการขายของสินค้าและบริการจำนวนมาก ก็หันมาใช้จักรยานเป็นตัวทำกิจกรรมกันเป็นล่ำเป็นสัน

จักรยานในปัจจุบันจึงไม่เป็นเพียงแค่พาหนะสำหรับใช้เดินทาง และไม่ใช่เครื่องมือสำหรับใช้ประกอบการออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กลายเป็นแฟชั่นที่หากว่าใครไม่มีหรือมีคนในวงสนทนาพูดเรื่องจักรยานขึ้นมา แล้วไม่สามารถออกความเห็นได้ก็จะกลายเป็นคน “เอาท์” ไปทันที ทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานเติบโตอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียงแค่สามสี่ปีที่ผ่านมา

ธุรกิจจักรยานยุคใหม่เริ่มต้นจากวงการจักรยานใช้แล้วนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งมีแหล่งซื้อขายกันอยู่ตามตะเข็บชายแดนของประเทศไทย กับประเทศเพื่อนบ้านทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก จักรยานใช้แล้วรูปทรงทันสมัยมีอุปกรณ์ต่างๆ มากมายเริ่มซื้อขายกันที่คันละพันบาทต้นๆ จนกระทั่งมีผู้คนนิยมมากขึ้น ราคาจึงไต่ระดับขึ้นไปถึงหลายพันและบางคันแตะระดับหมื่นบาทก็มี

ถึงตอนนั้นจึงเริ่มมีการนำเอาจักรยานแบบเสือภูเขาใหม่เอี่ยมจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย มีการเปิดร้านค้าหรูหราใหญ่โต โดยมีทั้งจักรยานจากประเทศญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา และจากประเทศหลักของโลกจักรยานคือไต้หวัน เข้ามาวางจำหน่ายจนครบทุกยี่ห้อที่มีอยู่ในโลกนี้ รวมถึงจักรยานจากโรงงานผลิตในประเทศไทยที่ออกมาท้ารบกับเขาในตลาดอย่างสมน้ำสมเนื้อด้วย

ตลาดจักรยานในประเทศไทยเติบโตถึงขีดสุด เมื่อรถจักรยานประเภทเสือหมอบชนิดต่างๆ ได้รับความนิยมกันมากในหมู่วัยรุ่น นอกจากธุรกิจรถจักรยานแล้วยังมีธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น เสื้อผ้า, รองเท้า, หมวก, ถุงมือ และอุปกรณ์ประดับตกแต่งอีกมาก มีร้านจำหน่ายจักรยานและอุปกรณ์เกิดขึ้นทุกหัวมุมถนน คนหนุ่มคนสาวมากมายที่ลาออกจากงานประจำเงินเดือนงามมาทำธุรกิจเกี่ยวกับจักรยาน หลายคนประสบความสำเร็จอย่างงดงามในระยะเริ่มต้น

แต่ปัจจุบันนี้สภาพโดยรวมของธุรกิจจักรยานได้ผ่านจุดรุ่งเรืองสูงสุดไปแล้ว คนที่ขี่จักรยานตามแฟชั่นไม่ได้ขี่เพราะชอบจริงๆ ก็เริ่มเบื่อ คนที่กำลังคิดที่จะหันมาทำธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานจึงต้องรอบคอบมากขึ้น เพราะจำนวนจักรยานที่จำหน่ายออกไปแล้วอยู่ในเกณฑ์ใกล้อิ่มตัว ส่วนรายได้จากการจำหน่ายอุปกรณ์ก็ลดน้อยลงไปทุกแห่ง

ธุรกิจทางด้านท่องเที่ยวและตลาดนำเข้าและส่งออกของคนปั่นจักรยาน

November 25th, 2014

ท่ามกลางความคับคั่งของการจราจรบนถนนทุกสาย ทุกช่วงเวลาของกรุงเทพมหานคร ภาพของคนปั่นจักรยานที่ค่อยๆ แทรกตัวเข้ามาร่วมทางด้วยมีให้เห็นเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆจักรยานกลายเป็นปรากฎการณ์ที่ “ฮอต” มากที่สุดของปีนี้ มีร้านค้าตัวแทนจำหน่ายจักรยานแบรนด์ดังจากต่างประเทศมาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการเพิ่มพื้นที่ของการขายจักรยานตามช็อป เคาน์เตอร์อุปกรณ์กีฬาของดิสเค้าน์สโตร์ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น อะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่งจักรยาน เสื้อผ้า อุปกรณ์เสริม ตลอดจนธุรกิจทางด้านท่องเที่ยว แม้แต่เว็บไซต์ดังอย่างพันทิปก็ต้องเพิ่มพื้นที่สำหรับกระทู้ที่พูดคุยเรื่องของจักรยานโดยเฉพาะ พร้อมๆ กับการเกิดขึ้นของกิจกรรม “รักการปั่น” จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาคเอกชนและรัฐบาล ต่อม “อยากปั่น” ยังถูกกระตุ้นต่อด้วยภาพของ Celebที่แชทและแชร์ตามโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำให้ตลาดจักรยานยิ่งคึกคักมากขึ้น

ปรากฎการณ์ต่างๆ กำลังถูกมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิดจากนักการตลาดเพื่อที่จะดูว่า พลังที่เกิดขึ้นจะแรงพอในการสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดให้กับลูกค้าเพื่อการขับเคลื่อนแบรนด์ได้อย่างเต็มที่หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องเล่น แต่ปั่นกันเป็นหมื่นล้าน ปราณี ชุณหญิญโญกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สปอร์ต ไบซิเคิล ผู้แทนจำหน่ายแบรนด์จักรยานดังของโลก Specialized จากอเมริกา และแบรนด์ Colnago จากอิตาลี ให้ความเห็นตรงกับผู้ประกอบการหลายคนว่า มูลค่ารวมของธุรกิจจักรยานไม่ชัดเจน เพราะเป็นช่วงพีคสุดๆ ที่ยังไม่นิ่ง มีทั้งตลาดนำเข้าและส่งออก ตลาดรถบ้าน อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง แต่คาดว่าน่าจะถึงหมื่นล้านบาท เฉพาะส่วนรถนำเข้าหรือรถสปอร์ตยอดขายรวมในปีที่ผ่านมาประมาณ 5 พันล้านบาทขึ้นไป เคยไปงานแฟร์จักรยานระดับโลกเมื่อหลายปีก่อน จะตื่นเต้นกับแบรนด์จักรยาน และนวัตกรรมใหม่ๆ ของอุตสากรรมนี้มาก แต่ใน1-2 ปีนี้แบรนด์ระดับโลกเกือบทุกแบรนด์ถูกนำมาขายในเมืองไทยเกือบหมดแล้วตลาดของการแข่งขันเลยเริ่มทวีความHOT มากขึ้นตามลำดับ แต่ก้อนเค้กที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ส่วนแบ่งของยอดขายของแต่ละรายยังมากพอในการทำธุรกิจ ตลาดจักรยานในประเทศยังอยู่ในช่วงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15-20% ในปี 2013-2014 จากความมั่นใจกระแสจักรยานยังแรง ทำให้การจัดงาน Bangkok Bike 2013 ครั้งที่ 1 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2556 ได้รับความสำเร็จอย่างมาก ทำให้เวลาผ่านไปเพียง 4 เดือน งาน Bangkok Bike 2013 ครั้งที่ 2 ก็เกิดขึ้นโดยมีผู้เข้ามาร่วมงานสูงถึง 117,000 คน สามารถทำยอดขายในงานประมาณ 74 ล้านบาท โดยจักรยานพับเป็นประเภทที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงาน

ธุรกิจให้เช่าจักรยานเริ่มมีบทบาทในสังคมปัจจุบันมากขึ้น

October 28th, 2014

ทุกวันนี้เมืองใหญ่ ๆ ทั่วโลกมีการรณรงค์ให้ใช้ระบบขนส่งมวลชนกันมากขึ้น แทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว เนื่องจากปัญหาการจราจรที่ติดขัด และการเห็นความสำคัญของภาวะโลกร้อน ทำให้เมืองหลวงต่าง ๆ นอกจากจะมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าแล้ว ยังมีการคิดค้นรูปแบบการเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานีรถไฟฟ้าในส่วนของกรุงเทพมหานคร ที่มีปัญหาการจราจรติดขัดเป็นระดับต้น ๆ ของโลก การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญ แต่เส้นทางรถไฟฟ้าในปัจจุบันยังอยู่บนถนนสายหลักและระยะทางไม่ครอบคลุมพื้นที่มากนัก ดังนั้นการเดินทางเชื่อมต่อไปให้ถึงรถไฟฟ้ายังไม่มีความสะดวก ต้องอาศัยรถสองแถว รถเมล์ แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องรถติด ในขณะที่บางรายใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง แต่ก็ต้องจ่ายค่าโดยสารในอัตราที่สูง ดังนั้น กทม. จึงมีแนวคิดที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนด้วยการทำ “ระบบเช่าจักรยานสาธารณะ” ขึ้น

ถือเป็นทางเลือกในการเดินทางรูปแบบใหม่ ที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดพลังงาน ช่วยลดภาวะโลกร้อน ส่งเสริมสุขภาพ และเข้าถึงได้ในทุกพื้นที่ ในภาวะการจราจรที่ติดขัดให้ไปถึงจุดหมายได้รวดเร็วนั้น ก็คือการทำระบบให้เช่าจักรยานสาธารณะ ซึ่งในเมืองใหญ่ทั่วโลกมีการทำโครงการให้เช่าจักรยานกันมานานแล้ว เช่น ปารีส มีรถจักรยานให้เช่าถึง 20,000 คัน บาร์เซโลนา มีให้เช่า 6,000 คัน โคเปนเฮเกน มีให้เช่า 2,000 คัน เบอร์ลินมีให้เช่า 2,000 คัน เป็นต้นโครงการนี้ กรุงเทพมหานคร ได้ให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดหาจักรยานและการให้บริการ นำร่องใน 2 จุด คือ สถานีจามจุรีสแควร์ และ สถานีสยาม โดยมีจำนวนจักรยาน ให้บริการ 100 คัน โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำสถานีดูแลรถจักรยานและนำรถจักรยานมาเติมให้ผู้ใช้บริการตลอดเวลา ซึ่งจุดที่ติดตั้งเป็นจุดที่เชื่อมที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส คือสถานีสยาม ส่วนอีกจุดใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินคือ สถานีสามย่าน ซึ่งผู้เช่าจะสามารถเลือกเช่าจักรยานจากจุดบริการหนึ่ง เพื่อนำไปใช้แล้วส่งคืนยังจุดบริการใดก็ได้ ที่ใกล้กับจุดหมายปลายทางของผู้ใช้เส้นทางมากที่สุด

การใช้บริการ ผู้เช่าจะต้องซื้อบัตรสมาร์ทการ์ด (smart card) มูลค่า 320 บาท โดยแบ่งเป็น 220 บาท คือมูลค่าบัตรและการเป็นสมาชิก ส่วนอีก 100 บาท คือมูลค่าที่สามารถใช้เพื่อการยืมรถจักรยาน โดยสมาชิกจะมีอายุ 1 ปี ค่าต่ออายุสมาชิก 100 บาท ต่อปี ส่วนสิทธิประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับ มีวงเงินการประกันอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถจักรยาน มูลค่า 50,000 บาท มีค่ารักษาพยาบาลตามจริง แต่ไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ในอนาคต ซึ่งหลังจากมีบัตรสมาร์ทการ์ดแล้ว ก็นำไปใช้ในการยืม-คืน จักรยาน ตรวจสอบยอดเงิน เติมเงิน และในอนาคตจะสามารถที่จะใช้งานร่วมกับระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ได้

เทรนด์ธุรกิจปั่นๆจักรยานที่มาแรงในปี 2014

September 13th, 2014

ปั่นครองเมือง กระแสจักรยานกำลังอยู่ในความนิยมของผู้คนอย่างมาก โดยจะเห็นได้จากจำนวนนักปั่นที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยจักรยานสามารถสอดแทรกเข้าไปในวิถีชีวิตของผู้คนได้ในหลากหลายรูปแบบ หลายสไตล์ ซึ่งมีให้เลือกใช้ตามความชอบที่หลากหลายเมื่อผู้คนเปิดใจมากขึ้น จักรยาน จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไปแล้ว

ด้วยความฮิตอย่างแรงจนฉุดไม่อยู่ จึงทำให้ปัจจุบันธุรกิจจักรยานเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะระดับกลางถึงกลุ่มไฮเอนด์ ทั้งเมาน์เทนไบค์ เสือหมอบ รถพับ โดยตัวเลขนำเข้าจักรยานจากต่างประเทศ กระโดดขึ้นไปมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ มียอดเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ไม่นับรวมกลุ่มจักรยานแม่บ้านที่มีตลาดแข็งแรงอยู่แล้ว

นอกจากนั้นแล้ว จักรยานยังสร้างธุรกิจได้อย่างมากมาย โดยจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันมีร้านจำหน่ายจักรยานเปิดขึ้นเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีคาเฟ่ ร้านอาหารที่เจาะเฉพาะกลุ่มจักรยานเปิดมากขึ้นเป็นลำดับ และอีกธุรกิจหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ ธุรกิจทัวร์จักรยาน และเซอร์วิสจักรยาน กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างสูง โดยจะมีการให้บริการหลากหลายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

แม้จะมีธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานเกิดขึ้นมากมาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตลาดนี้ยังเปิดกว้างมีช่องว่างให้ผู้สนใจอีกมากมายช่องว่างของธุรกิจปั่นๆ ที่น่าจับตามองในสายตาของกูรูสาวนักปั่นคนนี้ มีดังนี้
1. แท็กซี่ติดแร็กบรรทุกจักรยาน
2. รถเช่าบรรทุกจักรยานเพื่อการออกทริป
3. แผนที่จักรยาน ที่มีข้อมูลเข้าถึง เข้าใจง่าย อย่างละเอียด ระบุถึงตรอกซอกซอยต่างๆ ที่ลัดเลาะเข้าไปในชุมชนที่สามารถลัดเลาะสู่ถนนใหญ่ได้ ปัจจุบันมีคนรู้ไม่กี่คน เป็นเรื่องดียังไม่มีใครทำ
4. ร้านอาหารเป็นมิตรกับกลุ่มจักรยาน ปัจจุบัน จะมีให้เห็นในรูปของคาเฟ่ ซึ่งต่อไปจะมีร้านเหล่านี้เปิดขึ้นอีก
5. ที่เช่าจอดรถจักรยานอย่างปลอดภัย กำลังขาดอย่างมาก อาจทำในพื้นที่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า รถไฟ หรือชุมชนต่างๆ สามารถทำได้ทั่วประเทศ
6. ธุรกิจให้ยืมจักรยาน ซึ่งอาจไปเปิดในสนามบิน สถานีรถไฟ หรือ สถานีขนส่งต่างๆ เพื่อนักท่องเที่ยวที่มาถึงสามารถเช่าปั่นได้เลย
7. ไบค์ แคมปัส ห้องพักนักศึกษาที่มีจุดเอื้อต่อการเก็บจักรยานในห้อง โดยติดจุดแขวนจักรยานในห้องเพิ่มได้ เป็นการสร้างความแตกต่างให้กับสถานที่ และยังสามารถเปิดตลาดใหม่ๆ ในกลุ่มนักศึกษาได้
8. รับอาบน้ำจักรยาน รับทำความสะอาดให้รถเหมือนใหม่ตลอด และช่วยทำให้จักรยานเก่ามีชีวิตขึ้นอีกครั้ง
9. โรงเรียนสอนปั่นสำหรับเด็ก ให้รู้กฎจราจรเบื้องต้นและปลูกฝังให้รักการปั่น อาจจัดเป็นสวนให้เด็กเข้าไปฝึกปั่น
10. เปิดคอร์สสอนผู้ใหญ่ปั่นจักรยาน เพราะปัจจุบันยังมีคนโตอีกจำนวนมากที่ขี่จักรยานไม่เป็น
11. ธุรกิจบัดดี้จักรยาน เป็นพี่เลี้ยงในการปั่น โดยจะช่วยเซอร์เวย์เส้นทางให้ก่อน และมีการขี่ไปรับพากลับมาส่ง ฝึกปั่นนำสลับปั่นตาม ช่วยสร้างความมั่นใจในการออกถนน
12. ทริปจักรยานวันเดียว ธุรกิจนี้กำลังโตเร็วมาก สามารถเจาะกลุ่มผู้มีกำลังซื้อได้ และกำลังเป็นที่ต้องการ
13. ผลิตรองเท้าปั่น โดยคนไทย ปัจจุบันรองเท้าจักรยานยังเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ คู่หนึ่งไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 บาท ซึ่งคนไทยที่มีฝีมือน่าจะดัดแปลงนำรองเท้าลำลองใส่สบายมาทำ เพียงแค่ติดเคสเข้าไป
14. ที่วางแก้วกาแฟบนจักรยาน เหมือนที่ใส่ขวดน้ำ
15. ไฟจักรยานที่ถูกและเท่ ราคาไม่บาดเจ็บ