ตลาดจักรยานรุ่งยอดขายโต

July 19th, 2014

เดี๋ยวนี้มองไปทางไหนตามท้องถนนเห็นผู้คนหันมาใช้ “จักรยาน” เป็นพาหนะกันมากขึ้น มีทั้งปั่นไปทำงานในกรุง ปั่นออกกำลังกาย บางแห่งมีการรวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มขึ้นมาเพื่อปั่นไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ที่เห็นบ่อย ๆ น่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ฮิตปั่นจักรยานฟิกเกียร์สัญจรไปมาบนท้องถนนจนทำให้เจ้าสองล้อถีบที่แม้จะไม่โก้ ไม่รวดเร็วเท่ารถยนต์ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในขณะนี้ !!

ปัญหาสภาพการจราจรที่รุนแรงเพิ่มขึ้น ผนวกกับกระแสการเอาใจใส่ดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย หรือการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น สินค้าตัวหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ คือ รถจักรยาน ได้รับผลดีตามไปด้วยขณะที่ผู้ค้ารายใหญ่ที่อยู่ในวงการมายาวนาน ก็ยังไม่ระบุชัดว่าอนาคตตลาดจะเป็นอย่างไร แต่ก็เชื่อว่ามีการส่งสัญญาณที่ดีออกมาจากผู้บริโภคขณะนี้

สถานการณ์ตลาดรถจักรยานในปัจจุบัน ยังระบุไม่ได้ว่ามีขนาดที่น่าพอใจหรือไม่ แต่กล่าวได้ว่าเห็นพัฒนาการและการเติบโตแบบมีนัย ในระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาพรวมตลาดสร้างการรับรู้ สร้างตลาดอนาคต

“สิ่งที่น่าดีใจก็คือ การรับรู้ในเรื่องของจักรยาน และการยอมรับของกลุ่มผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้ แต่จะไปหาซื้อมาใช้เลยหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง บางคนอาจจะยอมรับและชื่นชอบในรถจักรยาน แต่ยังไม่พร้อมที่จะใช้งานในขณะนี้ แต่ก็ถือว่ากระแสนี้น่าจะเป็นผลดีต่อธุรกิจจักรยานในอนาคต”

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปลายปี 2556 ถึงต้นปีนี้ พบว่าตลาดเริ่มสะดุด เนื่องจากปัญหาสถานการณ์ทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดในเมืองพบว่ายอดขายหดตัวลงไป 15-20% แต่เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายลง ตลาดจะกลับมาเติบโตได้ดีอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับภาพรวมตลาดรถจักรยานขณะนี้ พบว่ามีผู้ทำตลาดเป็นจำนวนมาก และมีรายใหม่เข้ามาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากนับเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ พบว่ามีประมาณ 5-6 กลุ่ม

โครงสร้างตลาดปัจจุบันมีตั้งแต่ระดับล่างไปจนถึงตลาดบน โดยตลาดใหญ่สุด คือ ตลาดแมส (MASS) มีราคาจำหน่ายในระดับประมาณ 1,000-30,000 บาท กลุ่มนี้มีสัดส่วนการขายประมาณ 60-70% และเป็นกลุ่มที่สินค้ามีความหลากหลายมากที่สุด ทั้งรถพับ รถใช้งานทั่วไป รถบีเอ็มเอ็กซ์ หรือ เสือหมอบ เป็นต้น

ส่วนตลาดบน ระดับราคา 50,000- 200,000 บาท ก็ถือว่ามีผู้เล่นเป็นกลุ่มก้อน

“ขณะที่ตลาดที่ราคาสูงกว่านั้นถึงระดับ 600,000 บาท ก็มีเช่นกัน แต่ค่อนข้างน้อย เป็นติ่ง เหมือนส่วนยอดสามเหลี่ยม”

คนไทยนิยมจักรยานสหรัฐ-ยุโรป สำหรับความนิยมในตลาดรถจักรยานไทย ปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นยี่ห้อจากสหรัฐ และยุโรป โดยรถจากสหรัฐเข้ามาทำตลาดในไทยอย่างจริงจังมากกว่า 10 ปี ตามด้วยยุโรป แต่การผลิตส่วนใหญ่จะเป็นการจ้างจากประเทศจีนและไต้หวัน เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยก็ผลิตรถจักรยานเองเช่นกัน ทั้งการรับจ้างผลิต และผลิตยี่ห้อของตัวเอง เพื่อรองรับตลาดทั้งในประเทศและส่งออก โดยตลาดส่งออกหลักคือ ยุโรป ที่นิยมใช้รถจักรยานกันมาก ซึ่งส่วนของ แอลเอ กรุ๊ป ส่งไปยุโรปมากกว่า 95% ในระดับราคาคันละ 120-600 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3,600-18,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีตลาดกลุ่มยี่ห้อรถยนต์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ กลุ่มที่ผู้ผลิตรถจักรยานซื้อลิขสิทธิ์มาผลิต ซึ่งจะมีระดับราคาเหมือนตลาดทั่วไป กับกลุ่มที่เจ้าของยี่ห้อรถยนต์ผลิตเอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่ายยุโรป จะมีจำนวนไม่มาก มียอดขายน้อย และมีราคาสูงในระดับหลายแสนบาท

ธุรกิจเทรนด์จักรยานในมุมมองของตลาด

June 25th, 2014


ปัจจุบันจักรยานมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องที่เป็นไปตามไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เปลี่ยนไป เพราะผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้นและเพื่อตอบสนองต่อการรักโลก เพราะนับวันโลกยิ่งร้อนมากขึ้น ซึ่งจะเห็นว่าตามท้องถนนจะมีผู้ใช้จักรยานมากขึ้นทั้งปั่นไปทำงาน ออกกำลังกาย และบางแห่งมีการรวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มขึ้นมาเพื่อปั่นไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ที่ได้รับรับความนิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งกระแสปั่นจักรยานในไทยขยายวงกว้างมากขึ้นทำให้ธุรกิจจักรยาน มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านจำนวนผู้ใช้จักรยาน และยอดจำหน่ายจักรยานรวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจักรยานสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ จักรยานบ้านทั่วไปและจักรยานทางเลือก ส่วนใหญ่เป็นจักรยานนำเข้าที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้
1.จักรยานเสือภูเขา เป็นรถที่ค่อนข้างลุยเหมาะสำหรับถนนที่อาจจะขรุขระ หรือขี่ในป่า เพื่อการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ซึ่งเหมาะกับประเทศที่ยังไม่เจริญมากนัก บ้านเมืองกำลังพัฒนา เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน แต่อัตราการเติบโตจะลดลง
2. จักรยานเสือหมอบ เหมาะกับการขี่บนถนนเรียบๆ เน้นความเร็ว ดังนั้นจึงเป็นที่นิยมสำหรับการขี่ในเมือง
3.จักรยานทัวร์ริ่ง เน้นปั่นทางไกล เพื่อการท่องเที่ยว
4. จักรยาน ซิตี้ไบค์ จะโตในเมืองและคนเริ่มเปลี่ยนเทรนด์มาขี่จักรยานมากขึ้น
5. จักรยานแบบพับได้ ที่มีเสน่ห์ตรงสามารถพับเคลื่อนย้ายได้ง่าย
สำหรับการเลือกซื้อจักรยานนั้นจะต้องมองถึงความต้องการก่อนว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร เช่น ใช้งาน ออกกำลังกาย หรือแข่งขัน รวมทั้งความถี่ในการใช้งานเพราะจักรยานมีราคาตั้งแต่พันกว่าบาทไปจนถึงหลายแสน นอกจากนี้ควรเลือกซื้อให้เหมาะสมกับขนาดของผู้ใช้ด้วย ฉะนั้นในภาวะที่บ้านเมืองมีการขยายและปัญหาการจราจรที่รุนแรงขึ้น จักรยานก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ใช้ หรือผู้ที่ทำงานสามารถซื้อมาใช้งานเพื่อความสะดวกคล่องแคล่ว ทั้งยังเป็นการหลีกหนีปัญหารถติดในเมืองใหญ่ ประหยัดพลังงานและยังสามารถลดมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมด้วย และได้ออกกำลังกายรักษาสุขภาพไปด้วย จึงทำให้ปัจจุบันเรามักจะเห็นผู้คนหันมาปั่นจักรยานเพิ่มขึ้น

การจัดตั้งธุรกิจจักรยานคาเฟ่ให้เป็นที่นิยมทางการตลาด

May 21st, 2014

การจัดตั้งธุรกิจจักรยานคาเฟ่ให้เป็นที่นิยมทางการตลาด

ปัจจุบันจักรยานเป็นที่นิยมอย่างมาก จะได้เห็นได้จากมีผู้หันมาใช้จักรยานเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางใดก็เห็นผู้ใช้จักรยานเป็นพาหนะมากขึ้น มีทั้งปั่นไปทำงาน ปั่นเพื่อออกกำลังกาย ปั่นเพื่อประหยัดค่าเดินทาง ไม่ว่าจะปั่นเพื่อจุดประสงค์ใดก็ตามจักรยานก็ได้เข้าไปสอดแทรกอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยได้หลายรูปแบบ ได้มีการจัดตั้งกลุ่มนักปั่นขึ้น เราจะเห็นได้จากการรวมตัวกันของกลุ่มวัยรุ่นที่ฮิตปั่นจักรยานฟิกเกียร์สัญจรตามท้องถนนเพื่อปั่นไปทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน ทำให้ในขณะนี้มีกระแสความนิยมได้เกิดขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ ธุรกิจจักรยานมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านตัวผู้ใช้ และยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ธุรกิจหนึ่งที่หนีไม่พ้นคงเป็น ธุรกิจจักรยานคาเฟ่ ซึ่งเป็นกิจกรรมทางด้านสุขภาพที่ได้รับความนิยมจากผู้ใส่ใจสุขภาพ จักรยานคาเฟ่ ถือเป็นแหล่งรวมตัวของผู้ชื่นชอบการปั่นมารวมตัวเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ในการปั่นอย่างถูกต้อง ธุรกิจจักรยานคาเฟ่ในปัจจุบันนับว่าได้รับความนิยม เพราะมีผู้สนใจแวะเวียนมาพบปะ และพักผ่อนแลกเปลี่ยนไอเดียซึ่งกันและกัน ไม่เพียงแต่เฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการปั่นเท่านั้น ผู้ที่หลงใหลเสน่ห์ของจักรยานก็สามารถมาใช้บริการได้เช่นกัน

จักรยานคาเฟ่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยได้รับความนิยมหลักจากการที่คนกรุงส่วนใหญ่เริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และหันมาออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานมากขึ้น จะเห็นได้ในทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็น เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ รวมไปถึงนักท่องเที่ยว หากเราวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคจะพบว่า เหตุผลที่คนส่วนใหญ่หันมาปั่นจักรยานมีความหลากหลายแตกต่างกันออกไป เช่น งานอดิเรก การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพบปะเพื่อนฝูง เป็นการประหยัดการเดินทาง และไว้พบปะเพื่อนฝูงนอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นแหล่งการผลิตเพื่อส่งออก และมีตัวแทนจำหน่ายอยู่มากมาย ซึ่งจักรยานที่นำเข้ามาก็ล้วนแต่เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงด้วยกันทั้งนั้น ยังไม่รวมตลาดจักรยานมือสองที่ได้รับความนิยมจากต่างประเทศ โดยจักรยานนั้นสร้างเงินหมุนเวียนให้กับประเทศไทยปีละไม่ต่ำกว่า 900 ล้านบาท และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

จักรยานไม้ไผ่ ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจ

April 16th, 2014

กระแสเห่อปั่นจักรยานในบ้านเรายังแรงดีไม่มีตก เพราะได้แรงหนุนจากความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมและเทรนด์ใส่ใจสุขภาพ แถมบวกปัญหาจราจรที่ติดขัดแบบสาหัส

ความนิยมปั่นพาหนะ 2 ล้อไม่ได้เกิดขึ้นในเมืองไทยเท่านั้น แต่ในหลายประเทศก็เกิดกระแสนี้คล้ายๆ กัน บางประเทศจัดเลนสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับจักรยานก็พลอยเติบโตตามไปด้วย

ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า กระแสปั่นจักรยานที่เกิดขึ้นในหลายมุมโลก นอกจากจะส่งผลดีในแง่สิ่งแวดล้อม เพราะเป็นยานพาหนะที่ไม่ปล่อยมลภาวะที่ทำให้โลกร้อน ยังช่วยสร้างโอกาสด้านธุรกิจให้กับคนเล็กคนน้อยในประเทศกานาที่ผลิตจักรยานไม้ไผ่จำหน่ายไปทั่วโลก

ทั้งๆ ที่ไม้ไผ่เป็นวัสดุที่ทนทาน กันแรงกระแทก และพร้อมสำหรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ แต่กลับไม่มีใครนำไม้ไผ่มาเป็นวัสดุในการผลิตจักรยานขายในเชิงพาณิชย์

ครั้งแรกๆ ที่มีคนคิดค้นนำไม้ไผ่มาขึ้นโครงจักรยานเริ่มตั้งแต่ปี 2437 แต่ไอเดียดังกล่าวก็ไม่ได้ถูกสานต่อมานานร่วม 120 ปี จนเพิ่งเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนจากฝีมือของช่างในกานาและหน่วยงานต่างๆ ที่พยายามอย่างหนักให้จักรยานไม้ไผ่แจ้งเกิด

เบอร์นีซ ดาปาห์ ผู้อำนวยการบริหารโครงการริเริ่มจักรยานไม้ไผ่ บอกว่า ตอนนี้กำลังการผลิตแทบจะไม่พอรองรับความต้องการของลูกค้าที่สั่งทำจักรยานไม้ไผ่ และคาดหวังว่าจะเริ่มผลิตขายเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนมิถุนายนปีนี้

แม้จะมีแผนผลิตในเชิงพาณิชย์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเพิ่มการผลิตได้มากพอ เพราะขณะนี้บริษัทมีลูกจ้างทั้งหมด 30 คน สามารถผลิตจักรยานไม้ไผ่แฮนด์เมดได้ราวๆ เดือนละ 60-100 คัน บริษัทจึงต้องเร่งเพิ่มกำลังการผลิต และนำเทคโนโลยีมาช่วยบางส่วน โดยพนักงานจะยังทำจักรยานด้วยมือ แต่จะมีเครื่องสำหรับทำโครงประกอบ ซึ่งเมื่อทุ่นเวลาในส่วนนี้ได้ ก็จะช่วยให้กระบวนการผลิตเร็วขึ้น

จักรยานไม้ไผ่เหล่านี้ใช้กระบวนการผลิตที่พัฒนาโดยวิศวกรชาวอเมริกัน “เครก คาลฟี” ที่ออกแบบจักรยานทดลองทำด้วยไม้ไผ่ตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งนำไม้ไผ่มาใช้ร่วมกับไฟเบอร์และเคลือบด้วยเรซิ่นสังเคราะห์ วิธีการนี้ทำให้จักรยานไม้ไผ่แข็งแรงทนทานไม่แพ้โครงจักรยานที่ทำจากเหล็ก จึงสามารถขับขี่ได้อย่างราบรื่น และเป็นที่นิยมในหมู่ลูกค้าต่างชาติ

ดาปาห์ เล่าว่า จักรยานไม้ไผ่เหล่านี้ได้รับความสนใจจากลูกค้าในอังกฤษ ซึ่งผู้คนมักใช้จักรยานขับขี่ไปไหนมาไหน อีกทั้งยังได้รับความนิยมจากร้านรวงและสถานที่จัดแสดงสินค้า เพราะผู้บริโภคชอบดูจักรยานเหล่านี้

จักรยานไม้ไผ่ต้นแบบคันแรกที่ผลิตจากโรงงานในกานา อวดโฉมมาตั้งแต่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว และรุ่นนี้ยังคงผลิตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าจักรยานไม้ไผ่รุ่นบุกเบิกทนทาน และจะยังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคต่อไปอีกหลายปี

น่าสนใจว่า แนวคิดผลิตจักรยานไม้ไผ่เหมาะสมกับประเทศกานา เพราะจักรยาน 1 คันใช้ไม้ไผ่ประมาณ 2 ลำ ขณะที่ในหลายพื้นที่ของกานามีไม้ไผ่เกลื่อนกลาดและไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ หมายความว่าโครงการจักรยานไม้ไผ่จะไม่ขาดแคลนวัตถุดิบ

ขณะนี้โรงงานยังไม่สามารถผลิตชิ้นส่วนทุกชนิดได้เอง เช่น โซ่ ที่ต้องนำเข้า แต่ก็มีชิ้นส่วนบางอย่างที่ผลิตได้เอง หากบริษัทสามารถหาพันธมิตรได้ ในระยะกลางและระยะยาวก็อาจจะสามารถผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นยาง ล้อ และโซ่

การเติบโตของธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานยังคงอาศัยหลายปัจจัย

March 24th, 2014

การปั่นจักรยานนับเป็นกระแสความนิยมของทั่วโลก

ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางเมืองที่ขยายและปัญหาการจราจรที่รุนแรงขึ้น ในช่วงที่ผ่านมานี้ตลาดจักรยานในบ้านเรามีแนวโน้มการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด จากการเข้ามาของกระแสปั่นเพื่อสุขภาพ เพื่อลดมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม เพื่อประหยัดพลังงาน เพื่อบรรเทาปัญหารถติด หรือเพื่อความสนุกสนานด้านการท่องเที่ยว โดยมีจุดเริ่มต้นกระแสจากจักรยานฟิกซ์เกียร์ที่นิยมในหมู่วัยรุ่น จนมาถึงการขยายตัวของจักรยานแบบกีฬาหรือการท่องเที่ยวที่มีฟังก์ชั่นที่แตกต่าง ส่งผลต่อตลาดที่บูมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

แนวโน้มจักรยานที่เติบโตดีในตอนนี้

คือจักรยานเสือหมอบ ซึ่งเป็นผลพวงจากฟิกซ์เกียร์ที่เป็นตัวจุดประกายให้กับตลาด ผู้ที่ขี่ฟิกซ์เกียร์มักจะหันมาใช้เสือหมอบหรือเสือภูเขามากขึ้น และนิยมตกแต่งด้วยอุปกรณ์เสริมอีกด้วย จึงคาดว่าภาพรวม ตลาดจะยังเติบโตได้อีกมาก เพราะกระแสสุขภาพเป็นกระแสที่ไม่มีวันดับ อีกทั้งยังมีร้านค้าหน้าใหม่เข้ามาในธุรกิจนี้เป็นจำนวนมาก การเติบโตของตลาดจักรยานยังคงอาศัยหลายปัจจัยโดยเฉพาะด้านความปลอดภัยบนท้องถนน จากเลนจักรยานที่เป็นประเด็นที่กำลังกล่าวถึง เพราะตอนนี้คนที่ขี่จักรยานในเขตเมืองจำนวนไม่น้อย ยังต้องอาศัยการนำจักรยานขึ้นรถเพื่อไปหาที่ปั่น เช่น สวนสาธารณะ หรือแหล่งท่องเที่ยว

มาตรฐานอุตสาหกรรมเป็นเพียงมาตรฐานของชิ้นส่วนจักรยาน เช่น มอก.ว่าด้วยวงล้อ กระดิ่ง ห้ามล้อ ซี่ลวด ฯลฯ แต่ทว่ายังไม่มีมาตรฐานสำหรับจักรยานทั้งคัน นอกจากนี้ในอีก 2 ปีข้างหน้า ประเทศในกลุ่มอาเซียนทุกประเทศจะต้องเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งนั่นหมายความว่าระบบภาษีส่วนใหญ่จะเป็นศูนย์หรือใกล้ศูนย์ ทำให้มีโอกาสที่ประเทศคู่ค้าอาจนำจักรยานคุณภาพต่ำราคาถูกเข้ามาทำตลาดมากขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงความไม่ปลอดภัยบนท้องถนนของประชาชนคนไทยจะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ปัจจุบันจักรยานที่ผลิตขายได้กำหนดขนาดมาตรฐานให้ใกล้เคียงกับขนาดร่างกายของผู้ปั่นมากที่สุด ดังนั้นนักปั่นจึงควรเลือกจักรยานที่เหมาะสมกับขนาดร่างกายของตนเองเพื่อให้ปั่นสบายไม่บาดเจ็บ อย่างไรก็ตามขนาดจักรยานที่ผู้ผลิตผลิตออกมานั้นเป็นเพียงขนาดคร่าวๆ ร่างกายของนักปั่นแต่ละคนยังมีความแตกต่างกันเช่น บางคนสูงเท่ากันแต่ช่วงขา ช่วงแขนยาวไม่เท่ากัน จักรยานที่ใช้ก็ต้องแตกต่างกันไป

Bike Fitting

หรือการปรับส่วนประกอบต่างๆของจักรยานให้เหมาะสมกับขนาดร่างกายผู้ปั่น ถึงแม้เราจะเลือกขนาดจักรยานในเบื้องต้นไม่ว่าจะด้วยคำแนะนำจากร้านจักรยานหรือหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต จักรยานที่เพิ่งเข็นออกจากร้านก็ยังอาจต้องการการปรับแต่งอีกให้เหมาะกับร่างกายของเรา ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องของความสบายในการปั่นและลดการการบาดเจ็บจากการนั่งปั่นไม่ถูกท่า การทำ Bike Fitting ซึ่งทำให้ท่านั่งนักปั่นอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องยังทำให้ประสิทธิภาพในการใช้กล้ามเนื้อสูงกว่าการนั่งที่ผิดท่า