วิธีเบื้องต้นในการเลือกซื้อจักรยาน

March 31st, 2015

chennairoadbikes.comชีวิตในเมืองที่เต็มไปด้วยรถติด และต้องใช้น้ำมันที่สิ้นเปลือง ทำให้คนเมืองในปัจจุบันเริ่มหันมาใช้จักรยานเป็นยานพาหนะกันมากขึ้น นอกจากจะช่วยประหยัดค่าน้ำมันแล้ว ยังช่วยในการออกกำลังกาย ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายคนมีจักรยานเป็นของตนเอง ดังนั้นเราจะมาพูดถึงวิธีการเลือกซื้อจักยานกัน

1.ต้องคำนึงถึงการใช้งาน ว่าจะซื้อจักรยานคันนี้ไปเพื่ออะไร โดยอาจจะซื้อเพื่อขี่ออกกำลังกาย เพื่อใช้ขี่เดินทางไปทำงานในระยะทางไม่ไกล หรือใช้ขี่ออกทริปต่างจังหวัดกับเพื่อน ๆ

2.ตั้งงบประมาณ โดยจักรยานจะมีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสน ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของจักรยานที่ต้องการ

3.เลือกประเภทของจักรยาน เพื่อเลือกซื้อให้ถูกประเภทการใช้งานของคุณ รวมทั้งคุณภาพและราคาที่เหมาะสม
4.สภาพแวดล้อม เพราะจักรยานแต่ละแบบจะใช้งานได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เช่น หากคุณต้องใช้เส้นทางที่เป็นลูกรัง จักรยานเสือภูเขาก็น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี หรือหากที่ทำงานของคุณอยู่บนแนวรถไฟฟ้าใต้ดิน จักรยานแบบพับได้เป็นตัวเลือกที่ใช่ที่สุดแน่นอน

5.ต้องคำนึงถึงขนาด ที่ต้องคำนึงถึงขนาด เพื่อให้ปั่นได้สบายไม่ทำร้ายร่างกายจนเกินไป โดยทั่วไปแล้วหน่วยขนาดของจักรยานจะแบ่งเป็น 2 หน่วยได้แก่ เซนติเมตร ใช้ในจักรยานเสือหมอบ และ นิ้ว ใช้ในจักรยานเสือภูเขา

6.ความชอบส่วนตัว ในเรื่องของความชอบนั้นอาจตัดสินได้ง่าย ส่วนสไตล์การปั่นอาจต้องใช้เวลาเรียนรู้กับมันไปสักระยะเพื่อหาสไตล์ที่เหมาะสมกับตัวเอง

7.เลือกร้านที่บริการหลังการขายดี เลือกร้านค้าที่ดีมีมาตรฐาน คุณจะได้รู้สึกอุ่นใจทุกครั้งเมื่อต้องการคำปรึกษา คำแนะนำ และวิธีดูแลรักษาจักรยานของตัวเอง

8.ต้องเลือกซื้ออุปกรณ์ความปลอดภัยด้วย อย่ามัวทุ่มงบประมาณไปกับจักรยานเพียงอย่างเดียว ความปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เช่น ถุงมือ ไฟส่องสว่าง หมวกกันน็อค กระจกมองหลัง เป็นต้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

จากที่กล่าวมาเป็นวิธีเบื้องต้นในการเลือกซื้อจักรยาน เพียงเท่านี้ก็สามารถเลือกซื้อจักรยานที่ตรงกับความต้องการได้ง่ายๆ

จักรยานได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากคนทุกเพศทุกวัย

February 28th, 2015

ปัจจุบัน จักรยานได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากคนทุกเพศทุกวัย เรียกได้ว่าเป็นแฟชั่นการปั่นที่อินเทรนด์อยู่มากเลยทีเดียว เพราะการปั่นจักรยานได้ทั้งความสนุกสนาน ได้สังคม และยังได้ออกกำลังกายอีกด้วย ยิ่งท่ามกลางเหตุการณ์ทางการเมืองแบบนี้ด้วยแล้ว มีรถติด ปิดถนน การจราจรไม่ค่อยสะดวก แต่คนกรุงก็ไม่หวั่น มีทางเลือกดีๆ ขี่จักรยานคันงาม เท่ๆ แนวๆ แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน จะขี่ไปเรียนไปทำงานหรือไปเที่ยวกันบ้าง ไทยรัฐออนไลน์จึงไปหา 5 เหตุผลมาตอบคำถามให้ทุกคนได้รู้กันว่า ทำไมเราถึงต้องปั่นจักรยาน…

1. ปั่นจักรยานรักษ์โลก

นอกจากการปั่นจักรยานจะประหยัดเงิน ประหยัดค่าน้ำมัน ยังเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วยแล้ว เพราะจักรยานเป็นยานพาหนะซึ่งไม่ต้องใช้เครื่องยนต์ใดๆ ที่ทำให้ต้องเป็นตัวปล่อยมลพิษทางอากาศออกมาสู่โลกภายนอก นอกจากจักรยานไม่ก่อให้เกิดมลพิษแล้ว การปั่นจักรยานยังประหยัดพลังงานมากกว่าการเดินถึงสามเท่าในระยะทางเท่าๆ กัน เพราะถ้าลองเปรียบเทียบพลังงานที่เราใช้ในการปั่นจักรยาน ออกมาให้เหมือนรถยนต์ จะได้ประมาณ 4,705 กิโล/ลิตร

2. ลดน้ำหนักง่ายๆ ด้วยการปั่นจักรยาน

การปั่นจักรยานออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้ดี การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก โดยที่ไม่ต้องไปเสียเงินเข้าฟิตเนส หรือไปจ่ายกับค่าคอร์สตามสถาบันลดน้ำหนักต่างๆ ให้สิ้นเปลืองแต่อย่างใด แค่คุณลงทุนซื้อจักรยานสักคัน ไม่ต้องแพงมากหรอก เอาแค่พอขี่ได้ก่อน คุณรู้หรือไม่ว่า การปั่นจักรยานเพียง 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 600 แคลอรี หลายคนคงจะยังไม่รู้ว่ามันไม่ได้เผาผลาญแค่เฉพาะตอนที่เราปั่น ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าร่างกายของคนที่ปั่นจักรยานเป็นประจำจะมีสภาวะ “After Burner” หรือเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้อย่างต่อเนื่องหลังจากลงจากจักรยานแล้วต่อไปอีก 2-3 ชั่วโมงด้วย แค่นี้ก็หุ่นดี ผอมเพรียว แถมยังสนุกอีกด้วย

3. ร่างกายแข็งแรง สดชื่น จิตใจแจ่มใส

การขี่จักรยาน ก็เหมือนการออกกำลังกาย พอออกกำลังกายแล้วก็จะทำให้เราร่างกายแข็งแรงสดชื่น นอกจากนี้ยังช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกด้วย เพราะเวลาที่คุณขี่จักรยานคุณจะมีเวลาในการชมนก ชมไม้ ดูบรรยากาศรอบๆ เลือกที่จะไปปั่นจักรยานในสวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวจำนวนมาก เมื่อมองไปแล้วก็จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย ทั้งนี้ยังได้สัมผัสบรรยากาศบริสุทธิ์อีกด้วย และมีรายงานสุขภาพจากอังกฤษบอกว่าคนที่ปั่นจักรยานอย่างน้อย 30 นาทีเป็นเวลาห้าวันต่อสัปดาห์ มีโอกาสป่วยน้อยกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลยกว่าเท่าตัว นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยสุขภาพในสหรัฐฯ หลายๆ ชิ้นยืนยันว่า การออกกำลังกาย โดยเฉพาะการปั่นจักรยานช่วยลดความหดหู่และความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

4. หน้าเด็กลง

การปั่นจักรยานนั้นช่วยให้ร่างกายเราลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารได้ดีขึ้น และช่วยขับถ่ายสารพิษในร่างกายได้มีประสิทธิภาพขึ้น นอกจากนี้การออกกำลังกายอย่างการปั่นจักรยานจะช่วยกระตุ้นการผลิตสารคอลลาเจน ซึ่งเป็นสารที่สาวๆ หรือไม่สาวก็ต้องการเป็นอย่างมาก เพราะสารคอลลาเจนตัวนี้จะช่วยในเรื่องการลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า จึงไม่แปลกว่าทำไมคนที่ปั่นจักรยานเป็นประจำจึงหน้าตาอิ่มเอิบและผิวพรรณขาวใสน่าเจี๊ยะกันทั้งนั้น

5. มีความเป็นอิสระ มีสังคม ได้เพื่อนใหม่

เสน่ห์การปั่นจักรยานคงอยู่ที่ความเป็นอิสระ เมื่อไปถามนักปั่นตัวยงหลายๆ คนเขาก็จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าการปั่นจักรยานมันไม่เหมือนกับการขับขี่รถประเภทอื่น การปั่นจักรยานมันสามารถหยุดในที่ที่เราอยากหยุดได้ ชมบรรยากาศ ทัศนียภาพอื่นๆ ซึ่งมีสถานที่หลายแห่งที่ไม่อนุญาตให้รถยนต์เข้าไป หรือแม้จะเดินเข้าไปก็ช้าและเสียเวลา จักรยานอาจเป็นทางเลือกที่ดีหากเราต้องการเข้าไปถึงในที่ที่เราต้องการ

ทั้งนี้แล้วสังคมการปั่นจักรยานก็ค่อนข้างจะอบอุ่นและเป็นมิตร ทุกคนสามารถรู้จักกันได้ภายในเวลาอันรวดเร็วเหมือนเป็นกฎการดึงดูด (Law of Attraction) คือสิ่งที่เหมือนกันจะเข้าหากัน คน 2 คนที่เหมือนกันมักจะเข้าหากัน สิ่ง 2 สิ่งที่เหมือนกันจะดึงดูดเข้าหากัน ซึ่งเป็นกฎธรรมชาติพื้นฐานที่พระเจ้าสร้างไว้อยู่แล้ว นอกจากนี้หากใครมีปัญหาอะไรก็มักจะช่วยเหลือกันและยังช่วยเสริมสุขภาพเราในทางอ้อมอีกด้วย มีผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Howard ออกมาว่าคนที่ไม่มีเพื่อนและไม่เข้าสังคมมีความเสี่ยงในการเจ็บป่วยมากกว่าคนสูบบุหรี่และคนที่เป็นโรคอ้วนเสียอีก

การลดพลังงานเชื้อเพลิงด้วยการหันมาใช้จักรยานไฟฟ้า

January 27th, 2015

จากปัญหาวิกฤตการณ์น้ำมันที่มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปัญหาจากการปล่อยก๊าซพิษจากรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ปัญหาจากฝุ่นละออง ส่วนใหญ่มาจากยานยนต์และโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้เกิดมลพิษในอากาศซึ่งมีผลต่อสุขภาพที่เราอาจคิดไม่ถึง การนำจักรยานไฟฟ้ามาใช้แทนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ประโยชน์ที่เห็นได้ชัด คือ เป็นการลดพลังงานเชื้อเพลิง เป็นการลดระดับฝุ่นละอองในอากาศและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากท่อไอเสีย ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น เป็นการช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน และจะช่วยรัฐประหยัดเงินในเรื่องของการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และช่วยรัฐประหยัดเงินในการดูแลสุขภาพของประชาชนหลายหมื่นล้านบาทอันเกิดจากฝุ่นละอองในอากาศและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากท่อไอเสีย และได้ออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเอง

จักรยานไฟฟ้า คือสิ่งที่รวมเอาควรสะดวกของรถยนต์กับรวมเอาข้อดีของจักรยานเข้าไว้ด้วยกัน ข้อดีของรถคือไปไหนมาไหนได้รวดเร็ว จักรยานไฟฟ้าสามารถบรรทุกของหนักได้ เช่น เก้าอี้สำหรับเด็กเล็ก หรือเด็กนั่งซ้อน เสื้อผ้า รองเท้า คอมพิวเตอร์ ของกิน ฯลฯ หรืออาจจะทำเป็นจักรยานสำหรับบรรทุกของก็ได้เช่นกัน มีหลายเหตุผลว่าทำไมจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมอย่างมากในเวลานี้ ประการแรกคือคุณไม่ต้องใช้น้ำมัน และประการที่สองคือไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน ทั้งดูทันสมัยและราคาไม่แพง สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จไฟแต่ละครั้ง และยานพาหนะรูปแบบนี้เหมาะต่อนักเรียนนักศึกษาเพราะไม่ต้องใช้ใบอนุญาตขับขี่

การปั่นจักรยานไฟฟ้าช่วยให้ออกกำลังกายดีกว่าการใช้รถเก๋งที่รถติดๆ ถ้าหากเราไม่ใช้รถเก๋งแล้วหันมาใช้จักรยาน จะทำให้เราออกกำลังกายมากขึ้นกว่าการนั่งบนรถนานๆ สำหรับบางคนที่ไม่มีกำลังมากพอที่จะปั่นใช้แรงมากๆ จักรยานไฟฟ้าช่วยให้ทำให้ออกกำลังกายได้โดยร่างกายไม่ต้องหักโหมมาก และยังสามารถทำงานต่อไปโดยไม่อ่อนล้า แต่ในบางครั้งถ้าหากคุณต้องการออกกำลังกายเต็มที่ คุณสามารถปิดระบบไฟฟ้าและใช้เท้าปั่นเหมือนออกกำลังกายปกติได้ ในอดีตชุดเกียร์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ๆในวงการจักรยาน นักปั่นจักรยานคิดว่าการปั่นจักรยานจะต้องปั่นไม่ใช้เกียร์ แต่ในปัจจุบันจักรยานดีๆทุกคันใช้เกียร์หมดทุกคัน จักรยานไฟฟ้าก็จะเป็นเช่นนั้น

ธุรกิจจักรยานยุคใหม่เริ่มต้นจากวงการจักรยาน

December 10th, 2014

ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในกระแสความคลั่งจักรยาน ไปที่ไหนก็จะมีแต่เสียงเรียกร้องให้มีการสร้างทางวิ่งเฉพาะจักรยานขึ้นมา สถานที่ของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ก็จัดสรรงบประมาณมาให้คนขี่จักรยานได้ใช้ ไม่เว้นแม้แต่สนามบินนานาชาติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ก็แย่งกันประกาศให้พื้นที่ของตนเองเป็นนครแห่งจักรยานกันมากมาย มีการจัดจ้างจัดซื้อเพื่อให้มีเส้นทางสำหรับจักรยานเกิดขึ้น โดยไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ว่าจะคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปหรือไม่ เช่นเดียวกันกับกิจกรรมทางการตลาดและส่งเสริมการขายของสินค้าและบริการจำนวนมาก ก็หันมาใช้จักรยานเป็นตัวทำกิจกรรมกันเป็นล่ำเป็นสัน

จักรยานในปัจจุบันจึงไม่เป็นเพียงแค่พาหนะสำหรับใช้เดินทาง และไม่ใช่เครื่องมือสำหรับใช้ประกอบการออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กลายเป็นแฟชั่นที่หากว่าใครไม่มีหรือมีคนในวงสนทนาพูดเรื่องจักรยานขึ้นมา แล้วไม่สามารถออกความเห็นได้ก็จะกลายเป็นคน “เอาท์” ไปทันที ทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานเติบโตอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียงแค่สามสี่ปีที่ผ่านมา

ธุรกิจจักรยานยุคใหม่เริ่มต้นจากวงการจักรยานใช้แล้วนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งมีแหล่งซื้อขายกันอยู่ตามตะเข็บชายแดนของประเทศไทย กับประเทศเพื่อนบ้านทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก จักรยานใช้แล้วรูปทรงทันสมัยมีอุปกรณ์ต่างๆ มากมายเริ่มซื้อขายกันที่คันละพันบาทต้นๆ จนกระทั่งมีผู้คนนิยมมากขึ้น ราคาจึงไต่ระดับขึ้นไปถึงหลายพันและบางคันแตะระดับหมื่นบาทก็มี

ถึงตอนนั้นจึงเริ่มมีการนำเอาจักรยานแบบเสือภูเขาใหม่เอี่ยมจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย มีการเปิดร้านค้าหรูหราใหญ่โต โดยมีทั้งจักรยานจากประเทศญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา และจากประเทศหลักของโลกจักรยานคือไต้หวัน เข้ามาวางจำหน่ายจนครบทุกยี่ห้อที่มีอยู่ในโลกนี้ รวมถึงจักรยานจากโรงงานผลิตในประเทศไทยที่ออกมาท้ารบกับเขาในตลาดอย่างสมน้ำสมเนื้อด้วย

ตลาดจักรยานในประเทศไทยเติบโตถึงขีดสุด เมื่อรถจักรยานประเภทเสือหมอบชนิดต่างๆ ได้รับความนิยมกันมากในหมู่วัยรุ่น นอกจากธุรกิจรถจักรยานแล้วยังมีธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น เสื้อผ้า, รองเท้า, หมวก, ถุงมือ และอุปกรณ์ประดับตกแต่งอีกมาก มีร้านจำหน่ายจักรยานและอุปกรณ์เกิดขึ้นทุกหัวมุมถนน คนหนุ่มคนสาวมากมายที่ลาออกจากงานประจำเงินเดือนงามมาทำธุรกิจเกี่ยวกับจักรยาน หลายคนประสบความสำเร็จอย่างงดงามในระยะเริ่มต้น

แต่ปัจจุบันนี้สภาพโดยรวมของธุรกิจจักรยานได้ผ่านจุดรุ่งเรืองสูงสุดไปแล้ว คนที่ขี่จักรยานตามแฟชั่นไม่ได้ขี่เพราะชอบจริงๆ ก็เริ่มเบื่อ คนที่กำลังคิดที่จะหันมาทำธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานจึงต้องรอบคอบมากขึ้น เพราะจำนวนจักรยานที่จำหน่ายออกไปแล้วอยู่ในเกณฑ์ใกล้อิ่มตัว ส่วนรายได้จากการจำหน่ายอุปกรณ์ก็ลดน้อยลงไปทุกแห่ง

ธุรกิจทางด้านท่องเที่ยวและตลาดนำเข้าและส่งออกของคนปั่นจักรยาน

November 25th, 2014

ท่ามกลางความคับคั่งของการจราจรบนถนนทุกสาย ทุกช่วงเวลาของกรุงเทพมหานคร ภาพของคนปั่นจักรยานที่ค่อยๆ แทรกตัวเข้ามาร่วมทางด้วยมีให้เห็นเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆจักรยานกลายเป็นปรากฎการณ์ที่ “ฮอต” มากที่สุดของปีนี้ มีร้านค้าตัวแทนจำหน่ายจักรยานแบรนด์ดังจากต่างประเทศมาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการเพิ่มพื้นที่ของการขายจักรยานตามช็อป เคาน์เตอร์อุปกรณ์กีฬาของดิสเค้าน์สโตร์ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น อะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่งจักรยาน เสื้อผ้า อุปกรณ์เสริม ตลอดจนธุรกิจทางด้านท่องเที่ยว แม้แต่เว็บไซต์ดังอย่างพันทิปก็ต้องเพิ่มพื้นที่สำหรับกระทู้ที่พูดคุยเรื่องของจักรยานโดยเฉพาะ พร้อมๆ กับการเกิดขึ้นของกิจกรรม “รักการปั่น” จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาคเอกชนและรัฐบาล ต่อม “อยากปั่น” ยังถูกกระตุ้นต่อด้วยภาพของ Celebที่แชทและแชร์ตามโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำให้ตลาดจักรยานยิ่งคึกคักมากขึ้น

ปรากฎการณ์ต่างๆ กำลังถูกมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิดจากนักการตลาดเพื่อที่จะดูว่า พลังที่เกิดขึ้นจะแรงพอในการสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดให้กับลูกค้าเพื่อการขับเคลื่อนแบรนด์ได้อย่างเต็มที่หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องเล่น แต่ปั่นกันเป็นหมื่นล้าน ปราณี ชุณหญิญโญกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สปอร์ต ไบซิเคิล ผู้แทนจำหน่ายแบรนด์จักรยานดังของโลก Specialized จากอเมริกา และแบรนด์ Colnago จากอิตาลี ให้ความเห็นตรงกับผู้ประกอบการหลายคนว่า มูลค่ารวมของธุรกิจจักรยานไม่ชัดเจน เพราะเป็นช่วงพีคสุดๆ ที่ยังไม่นิ่ง มีทั้งตลาดนำเข้าและส่งออก ตลาดรถบ้าน อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง แต่คาดว่าน่าจะถึงหมื่นล้านบาท เฉพาะส่วนรถนำเข้าหรือรถสปอร์ตยอดขายรวมในปีที่ผ่านมาประมาณ 5 พันล้านบาทขึ้นไป เคยไปงานแฟร์จักรยานระดับโลกเมื่อหลายปีก่อน จะตื่นเต้นกับแบรนด์จักรยาน และนวัตกรรมใหม่ๆ ของอุตสากรรมนี้มาก แต่ใน1-2 ปีนี้แบรนด์ระดับโลกเกือบทุกแบรนด์ถูกนำมาขายในเมืองไทยเกือบหมดแล้วตลาดของการแข่งขันเลยเริ่มทวีความHOT มากขึ้นตามลำดับ แต่ก้อนเค้กที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ส่วนแบ่งของยอดขายของแต่ละรายยังมากพอในการทำธุรกิจ ตลาดจักรยานในประเทศยังอยู่ในช่วงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15-20% ในปี 2013-2014 จากความมั่นใจกระแสจักรยานยังแรง ทำให้การจัดงาน Bangkok Bike 2013 ครั้งที่ 1 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2556 ได้รับความสำเร็จอย่างมาก ทำให้เวลาผ่านไปเพียง 4 เดือน งาน Bangkok Bike 2013 ครั้งที่ 2 ก็เกิดขึ้นโดยมีผู้เข้ามาร่วมงานสูงถึง 117,000 คน สามารถทำยอดขายในงานประมาณ 74 ล้านบาท โดยจักรยานพับเป็นประเภทที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงาน