ร้านขายอะไหล่จักรยาน ธุรกิจใหม่ที่กำลังเติบโต

August 22nd, 2015

เทรนด์ของจักรยานที่มาพร้อมกับการรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนและงานออกแบบที่ช่างเย้ายวนเสียเหลือเกินนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้เราจะเห็นแกงค์จักรยานหลายแกงค์ร่อนอยู่ตามท้องถนนเท่านั้น แต่ธุรกิจอีกสายหนึ่งที่ติดตามมาโดยอัตโนมัติก็คือ ร้านขายอะไหล่จักรยาน

เปิดร้านขายอะไหล่จักรยาน ธุรกิจใหม่ที่กำลังเติบโตและมียอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่หันมาใช้จักรยานกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านการออกกำลังกาย หรือใช้สำหรับการเดินทาง ล่าสุดทางกรุงเทพมหานครได้จัดให้มีช่องทางสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ และจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้จักรยาน และเพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดกับผู้ใช้รถจักรยาน นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับต่างชาติด้วย แต่เส้นทางสำหรับจักรยานยังคงน้อยอยู่ และการใช้จักรยานในเขตเมืองยังคงอันตรายอยู่มาก นอกจากนี้ในต่างจังหวัดของประเทศไทยของเรา ในเขตพื้นที่จังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวชอบเดินทางท่องเที่ยวก็มีการส่งเสริมให้มีการใช้จักรยานสำหรับเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ด้วยเหตุนี้การ เปิดร้านขายอะไหล่จักรยาน จึงเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่กำลังมีความเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีการแข่งขันที่ยังน้อยอยู่

การเปิดร้านขายอะไหล่จักรยาน มีอะไรบ้าง
– หาแหล่งผลิตอะไหล่ เช่น อาจจะนำเข้าจากประเทศผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งในปัจจุบันถ้าเราค้นหาในอินเตอร์เน็ตก็จะพบว่ามีบริษัทที่รับขนส่งทางเรือที่สามารถนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก
– หา ระบบขายปลีก(Retail POS) สำหรับบริหารร้านค้า ช่วยในเรื่องของ การจัดการคลังสินค้า การทำบัญชี และรายได้กำไร เป็นต้น
– ทำการโปรโมทผ่านสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นหน้าเว็บไซต์ ก็จะมีโปรแกรมสำหรับสร้างเว็บไซต์ขายสินค้า เช่น joomla, opencart, prestashop เป็นต้น หรือจะทำการโปรโมทหรือทำการตลาดผ่านเครือข่ายสังคม เช่น facebook, google+ เพิ่มเติม

การเปิดร้านขายอะไหล่จักรยาน สามารถเน้นเป็นอุปกรณ์ตกแต่ง หรืออุปกรณ์ชุดกีฬา นอกจากนี้หากมีประสบการณ์หรือมีพนักงานที่สามารถซ่อมแซมจักรยานได้ ก็จะยิ่งส่งเสริมการขายสินค้าอย่างครบวงจร

 

ข้อควรระวังการปั่นจักรยานในกรุงเทพฯ

July 17th, 2015

ข้อควรระวังการปั่นจักรยานในกรุงเทพฯ
ปัจจุบันสังคมเมืองประสบปัญหาการจราจรติดขัดมากขึ้นทุกวัน ทั้งๆ ที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงก็ไม่ได้ลดลง แต่กลับมีรถยนต์บนถนนเพิ่มมากขึ้น ในปีนี้สังคมเมืองใหญ่ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย จึงยกระดับการคาดหวังจาก “ปั่นจักรยาน” เพราะเชื่อว่าถ้าสามารถจูงใจให้คนทำงานลดใช้รถยนต์ส่วนตัวเพิ่มขึ้น ย่อมจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ สู่ชั้นบรรยากาศด้วย
ความสะดวกสบายในการเดินทางโดยอาศัยพาหนะส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ จักรยานยนต์ นับวันก็ยิ่งสร้างปัญหามลพิษทางอากาศ และส่วนมากก็รับรู้ว่าคือสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยเพาะในสังคมเมืองใหญ่ยังพบว่า ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพทั้งแก่ผู้เดินทางและชุมชนที่มีเส้นทางผ่าน รวมถึงทำให้การจราจรติดขัด และสร้างอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น
การปั่นจักรยานไปทำงานในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครนั้นไม่ง่ายดายเหมือนกัน เพราะต้องอาศัยความกล้า หูตาก็ต้องไว มีร่างกายแข็งแรงที่พร้อมขับขี่ ข้อสำคัญ การตัดสินใจพาตนเองไปเสี่ยงต่ออันตรายบนท้องถนนที่มากด้วยรถยนต์ และจักรยานยนต์ หากผู้ใดยังปั่นได้ไม่แข็งแรง ก็ควรฝึกฝนในระยะทางที่ใกล้ๆ ในซอยแถวบ้านก่อน และโปรดจำไว้ว่า ปั่นบนถนนใหญ่นั้น ควรไปเป็นกลุ่มจะปลอดภัยกว่าไปคันเดียว
ข้อควรระวังการปั่นจักรยานในกรุงเทพฯ
1. ระยะอาน เมื่อนั่งแล้วต้องสามารถเหยียดเท้ายันพื้นได้ แบบเขย่งหรือปลายเท้าก็ได้ ห้ามเท้าลอยเพราะเวลาเบรก หรือ หยุดกะทันหันจะไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ จะล้มเอา ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ใช่ระยะเดียวกับการ fitting
2. หน้ากากกันฝุ่น เพื่อป้องกันฝุ่นละออง ควัน กลิ่น จะป้องกันได้ดีกว่าผ้าพับ ทนร้อนหน่อยแต่เดี๋ยวก็ชิน แล้วจะรู้สึกว่าอากาศที่สูดเข้าไปสะอาดขึ้นเยอะเลย
3. ติดแตรนก แตรไฟฟ้า เสียงจะดังกว่ากระดิ่งมาก เสียงกระดิ่งจะไม่มีใครสนใจ และไม่ได้ยินเพราะเสียงบนท้องถนนมันดังมากอยู่แล้ว (กระดิ่งผมคิดว่าเหมาะกับปั่นในสวนมากกว่า)
4. ควรใส่หมวก
5. กระจกมองหลัง แล้วแต่ถนัด ยิ่งใหญ่ยิ่งดี แต่ควรมองหลังทุกครั้งที่เลี้ยว
6. ติดไฟหน้า-หลัง (ขี่กลางคืน หรือเช้าตรู่)

ประโยชน์ในเรื่องสุขภาพของนักปั่นจักรยาน

June 30th, 2015

ประโยชน์ในเรื่องสุขภาพของนักปั่นจักรยาน
การออกกำลังกายสามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีหนึ่งที่กำลังฮิตอินเทรนด์มาแรงแซงโค้งเลยก็คือ กระแสของการปั่นจักรยานนั่นเอง ซึ่งการปั่นจักรยานนั้นมีข้อดีหลายอย่าง ทั้งช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ให้ความสนุกสนาน และสามารถชิลกับบรรยากาศรอบข้างที่แปลกใหม่ได้อีกด้วย แต่การปั่นจักรยานไม่ใช่แค่กระโดดขึ้นขี่ให้เหนื่อยแล้วจบกัน ทว่ายังมีวิธีการที่นักปั่นจำเป็นต้องรู้เพื่อให้การขี่จักรยานของส่งผลดีต่อร่างกายมากที่สุด ว่าแล้วกระปุกดอทคอมเลยอยากมาแนะนำให้นักปั่นทั้งมือใหม่และหน้าเก่าได้รู้จักวิธีการขี่จักรยานเพื่อออกกำลังที่ถูกต้อง จะได้สนุกกับเจ้าสองล้อคู่ใจของคุณได้อย่างเต็มที่

วิธีการฝึกปั่นจักรยานมีหลากหลายวิธี คนที่ชอบความเร็วอาจจะปั่นเร็วแรงตั้งแต่แรกยาวจนเหนื่อย บางคนเน้นชิลขี่กินลมไปเรื่อย ๆ ซึ่งก็ดีทั้ง แต่วันนี้เราจะขอแนะนำวิธีการฝึกที่ได้ผลและช่วยให้ร่างกายคุณได้รับประโยชน์จากจักรยานมากขึ้น นั่นคือการขี่จักรยานแบบเบาสลับหนักหรือที่เรียกว่าอินเทอร์วอล (Interval) ซึ่งการขี่จักรยานแบบดังกล่าวจะทำให้ร่างกายออกแรงเต็มที่ในเวลาไม่นานมากอีกด้วย การปั่นจักรยานแบบอินเทอร์วอลสามารถทำได้หลายวิธีและส่งผลกับร่างกายแตกต่างกันออกไป แต่วิธีที่นิยมกันก็คือการปั่นเพื่อความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อซึ่งใช้เวลาเพียงเซตละ 10 นาทีเท่านั้น โดยคุณจะต้องปั่นออกแรงเต็มที่ต่อเนื่องกัน 40 วินาที และปั่นเบาลง 20 วินาที ทำสลับกันแบบนี้ 10 ครั้งนับเป็น 1 เซต แล้วพัก 5 นาที หลังจากนั้นจึงเริ่มต้นอีกเซตรวมเวลา 25 นาที

นักปั่นทั้งหลายควรกินอะไรบ้างและกินอย่างไรจึงจะเหมาะสม

ช่วงก่อนปั่น

อาหารที่ควรกินก่อนปั่นนั้นจำเป็นต้องให้พลังงานแก่ร่างกาย เช่นแป้งหรือน้ำตาล แต่ควรเป็นแป้งหรือน้ำตาลธรรมชาติที่ร่างกายจะย่อยมาใช้เป็นพลังงานได้ง่ายและรวดเร็ว  ทำให้คุณปั่นได้นานขึ้นและช่วยป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ

ช่วงระหว่างปั่น

ควรตุนอาหารประเภทแป้งที่ให้พลังงานได้รวดเร็วไว้สักหน่อย ถ้าหากต้องขี่เป็นระยะทางไกล ๆ เป็นเวลาเกิน 2 ชั่วโมงขึ้นไป โดยอาจเป็นผลไม้อบแห้งหรือผลไม้เชื่อมซึ่งไม่เน่าเสียเมื่ออยู่ท่ามกลางอากาศร้อน เป็นต้น รวมทั้งควรดื่มน้ำเป็นระยะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำและให้ความสดชื่นมากขึ้นอีกด้วย

 ช่วงหลังการปั่น

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับทานอาหารหลังจากคูลดาวน์เรียบร้อยแล้วเป็นเวลา 30 นาที ถึง 4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายจะแปลงคาร์โบไฮเดรตเป็นไกลโคเจนหรือพลังงานสำรองในร่างกายซึ่งไม่ทำให้อ้วน จึงเหมาะสมจะกินช่วงนั้นมากที่สุดรวมทั้งก็ควรกินโปรตีนเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอด้วยนอกจากนี้ คุณควรดื่มน้ำเพื่อชดเชยส่วนที่เสียไป และไม่ควรดื่มนมแทนน้ำ เพราะมีไขมันมากกว่าและแปลงเป็นน้ำได้ยากกว่า

สาระน่ารู้ เกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปั่นจักรยาน

April 27th, 2015

การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันมีด้วยกันหลายรูปแบบ และหนึ่งในรูปแบบที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก คือ การปั่นจักรยาน ซึ่งการปั่นจักรยานนั้นมีประโยชน์ด้วยกันต่างๆดังนี้

  • ช่วยให้นอนหลับลึกกว่าเดิมและลดปัญหาการนอนไม่หลับ การปั่นจักรยานตอนเช้าทุกๆ วัน วันละ 20-30 นาทีนั้นสามารถนอนหลับสนิทได้เร็วขึ้นเกือบหนึ่งชั่วโมง
  • ช่วยให้หน้าตาดูอ่อนวัยกว่าเดิม การปั่นจักรยานช่วยให้ร่างกายเราลำเลียงอ๊อกซิเจนและสารอาหารได้ดีขึ้น และช่วยขับถ่ายสารพิษในร่างกายได้มีประสิทธิภาพขึ้น นอกจากนี้การออกกำลังกายอย่างการปั่นจักรยานจะช่วยกระตุ้นการผลิตสารคอลลาเจน ช่วยลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าทำให้หน้าตาอิ่มเอิบและผิวพรรณสดใส
  • ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น เพราะการปั่นจักรยานจะช่วยกระตุ้นให้อาหารไหลผ่านลำไส้ได้เร็วกว่าซึ่งช่วยลดการดูดซับน้ำในลำไส้ใหญ่ทำให้ถ่ายได้คล่องขึ้น การปั่นจักรยานช่วยกระตุ้นการหายใจอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งเพิ่มกำลังในการบีบรัดตัวของลำไส้ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดหลังการทานอาหาร และป้องกันโรคมะเร็งลำไส้
  • เพิ่มประสิทธิภาพสมอง ในการปั่นจักรยานเป็นประจำทำคะแนนการทดสอบสมองได้ดีกว่าปรกติถึง 15% เพราะว่าการปั่นจักรยานช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์สมองในส่วน Hippocampus เป็นส่วนที่ใช้บันทึกความจำ
  • สุขภาพแข็งแรงขึ้น การปั่นจักรยานจะช่วยให้ระบบภูมิต้านทานแข็งแรงขึ้น
  • มีอายุยืนยาว เพราะการปั่นจักรยานพัฒนาระบบเลือดและระบบหายใจ ช่วยลดโรคความดัน โรคอ้วน มะเร็งประเภทต่างๆ โดยรวมร่างกายจะมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูรักษาตัวเองมากขึ้น
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะการปั่นจักรยานยังประหยัดพลังงานมากกว่าการเดินถึงสามเท่าในระยะทางเท่าๆ กัน
  • ทำงานได้ดีขึ้น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มความมั่นใจ ความมุ่งมั่นในการทำงานและช่วยให้รับความเครียดจากการทำงานได้ดีขึ้น
  • ลดความอ้วนได้อย่างดี เพราะการปั่นจักรยานช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกาย

จะเห็นได้ว่าการปั่นจักรยานนั้นมีประโยชน์ต่างๆมากมายตามที่กล่าวมาแล้ว การปั่นจักรยานยังช่วยในการสร้างมิตรอันดีต่อกันและกันอีกด้วย และยังช่วยลดอาการเหนื่อยล้าและความเครียดความกังวนให้หมดไปได้ ดังนั้นการปั่นจักรยานจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนรักสุขภาพเลยทีเดียว

วิธีเบื้องต้นในการเลือกซื้อจักรยาน

March 31st, 2015

chennairoadbikes.comชีวิตในเมืองที่เต็มไปด้วยรถติด และต้องใช้น้ำมันที่สิ้นเปลือง ทำให้คนเมืองในปัจจุบันเริ่มหันมาใช้จักรยานเป็นยานพาหนะกันมากขึ้น นอกจากจะช่วยประหยัดค่าน้ำมันแล้ว ยังช่วยในการออกกำลังกาย ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายคนมีจักรยานเป็นของตนเอง ดังนั้นเราจะมาพูดถึงวิธีการเลือกซื้อจักยานกัน

1.ต้องคำนึงถึงการใช้งาน ว่าจะซื้อจักรยานคันนี้ไปเพื่ออะไร โดยอาจจะซื้อเพื่อขี่ออกกำลังกาย เพื่อใช้ขี่เดินทางไปทำงานในระยะทางไม่ไกล หรือใช้ขี่ออกทริปต่างจังหวัดกับเพื่อน ๆ

2.ตั้งงบประมาณ โดยจักรยานจะมีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสน ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของจักรยานที่ต้องการ

3.เลือกประเภทของจักรยาน เพื่อเลือกซื้อให้ถูกประเภทการใช้งานของคุณ รวมทั้งคุณภาพและราคาที่เหมาะสม
4.สภาพแวดล้อม เพราะจักรยานแต่ละแบบจะใช้งานได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เช่น หากคุณต้องใช้เส้นทางที่เป็นลูกรัง จักรยานเสือภูเขาก็น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี หรือหากที่ทำงานของคุณอยู่บนแนวรถไฟฟ้าใต้ดิน จักรยานแบบพับได้เป็นตัวเลือกที่ใช่ที่สุดแน่นอน

5.ต้องคำนึงถึงขนาด ที่ต้องคำนึงถึงขนาด เพื่อให้ปั่นได้สบายไม่ทำร้ายร่างกายจนเกินไป โดยทั่วไปแล้วหน่วยขนาดของจักรยานจะแบ่งเป็น 2 หน่วยได้แก่ เซนติเมตร ใช้ในจักรยานเสือหมอบ และ นิ้ว ใช้ในจักรยานเสือภูเขา

6.ความชอบส่วนตัว ในเรื่องของความชอบนั้นอาจตัดสินได้ง่าย ส่วนสไตล์การปั่นอาจต้องใช้เวลาเรียนรู้กับมันไปสักระยะเพื่อหาสไตล์ที่เหมาะสมกับตัวเอง

7.เลือกร้านที่บริการหลังการขายดี เลือกร้านค้าที่ดีมีมาตรฐาน คุณจะได้รู้สึกอุ่นใจทุกครั้งเมื่อต้องการคำปรึกษา คำแนะนำ และวิธีดูแลรักษาจักรยานของตัวเอง

8.ต้องเลือกซื้ออุปกรณ์ความปลอดภัยด้วย อย่ามัวทุ่มงบประมาณไปกับจักรยานเพียงอย่างเดียว ความปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เช่น ถุงมือ ไฟส่องสว่าง หมวกกันน็อค กระจกมองหลัง เป็นต้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

จากที่กล่าวมาเป็นวิธีเบื้องต้นในการเลือกซื้อจักรยาน เพียงเท่านี้ก็สามารถเลือกซื้อจักรยานที่ตรงกับความต้องการได้ง่ายๆ