ธุรกิจจักรยานมือสอง

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99

จักรยานมือสอง เป็นอีกทางเลือกเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่อยากมีจักรยานมาปั่นทำกิจกรรมสักคัน โดยที่เราไม่ต้อง จ่ายแพง แต่อาจจะยังได้ของที่ใกล้เคียงกับมือหนึ่งเลยก็ได้

ธุรกิจ ร้านจักรยานญี่ปุ่นมือสอง มีจำนวนมากที่ใช้สื่อออนไลน์ในการหาลูกค้า เพราะด้วยคุณภาพและราคาที่ไม่แพงเหมือนกับรถใหม่ป้ายแดง  จึงทำให้หลายคนที่สนใจอยากจะมีจักรยานเป็นของตัวเองแต่ไม่ต้องจ่ายแพงมาก มาสนใจจักรยานญี่ปุ่นมือสองกันเป็นจำนวนมาก

ญี่ปุ่นมีจักรยานมือสองจำนวนมากมาจากการถูกยึด  ทั้งเจ้าของไม่ได้มาต่อทะเบียน หรือจอดที่สถานีรถไฟแล้วกลับมาไม่ทันก็จะโดนยึด และด้วยเหตุนี้ด้านหน่วยงานราชการจึงได้นำเอาจักรยานที่ถูกยึดนำออกประมูลขาย จึงทำให้จักรยานมือสองที่ผู้ขายนำมาขายบางคันมีสภาพที่ดีอยู่ เมื่อปี 2557

ธุรกิจรถจักรยานและรถยนต์มือสองจากญี่ปุ่น ในแม่สอด มีมูลค่า 21,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 มูลค่า 18,650 ล้านบาท ปี 2555 มูลค่า 15,827 ล้านบาท ปี 2554 มูลค่า 14,375 ล้านบาท และปี 2553 มูลค่า 12,892 ล้านบาท จะเห็นได้ว่าช่วง 6 ปี ที่ผ่านมา ธุรกิจดังกล่าวมีทิศทางเติบโตต่อเนื่องครับ

ใครที่อยากจะซื้อหาจักรยานมือสองมาใช้ ผมมีวิธีการเลือกจักรยานมือสองที่จะมาบอกครับ

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99

วิธีดูจักรยานมือ 2  แบบเบื้องต้น คือ

  1. โครงสร้างตัวรถ เป็นสิ่งแรกที่เราต้องตรวจดูก่อนนะครับ คือตัวโครงรถถ้ามีรอยบุบ รอยร้าว หรือแตกหัก ไม่ควรเลือกมาอย่างยิ่ง ควรมองหาโครงรถที่มีสภาพสมบูรณ์
  2. ระบบเบรก อีกสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามนะครับ เพราะถ้าเบรกไม่ดีหรือสายเบรกขาดอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ และควรตรวจสะภาพสายเบรกว่ามีการหย่อนหรือไม่
  3. ล้อและดอกยาง ลองขยับซ้ายขยับขวา เพื่อทดสอบว่ามีการสึกหรอของลูกปืนหรือไม่ และควรตรวจสอบหน้ายางด้วยว่ายังมีสภาพที่พร้อมใช้งานมากน้อยเพียงใด
  4. อะไหล่ชิ้นส่วนต่างๆ ตรวจสอบชิ้นส่วนต่างๆ ให้รอบคัน โดยเน้นไปที่จานกับโซ่ว่ามีการสึกหรอมากน้อยแค่ไหนและโซ่หย่อนเกินไปหรือเปล่า
  5. รอยต่อ รอยเชื่อม หากพบว่าแตกเป็นรอยร้าวอาจทำให้เฟรมไม่สามารถใช้งานได้เลยก็เป็นได้
  6. รัดหลักอาน หากมีรอยร้าวบริเวณนี้ ถ้าเฟรมเป็นอลูมิเนียมก็ยังพอสามารถใช้งานได้ครับ แต่ถ้าเป็นเฟรมคาร์บอนจะทำให้รอยร้าวขยายไปยังบริเวณอื่นๆ ได้
  7. ชุดขับเคลื่อน ตรวจสอบการโยกคลอนของชุดจานหน้า ยกโซ่ขึ้นดูระยะห่างระหว่างฟันเฟืองไม่ให้ห่างกันจนเกินไป
  8. ทดลองขับ มาถึงขั้นตอนสุดท้ายเมื่อเราทำการตรวจสะภาพอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ ของตัวจักรยานแล้ว ลองออกไปปั่นเล่นซักรอบ โดยให้ปั่นทางตรง ซิกแซก ตรวจสะภาพระบบเบรก และองค์ประกอบอย่างอื่นว่ามีปัญหาหรือไม่

นี้เป็นเพียงการตรวจสภาพเบื้อต้น ก่อนที่เราจะทำการตัดสินใจซื้อจักรยานมือสองนะครับ ขอให้ทุกท่านที่กำลังมีแผนที่จะซื้อจักรยานมือสอง ได้ของที่ดี และถูกใจด้วยนะครับ

 


ส่องตลาดจักรยานในยุคปัจจุบัน

ปริมาณจักรยานที่ปรากฏตามท้องถนน การเพิ่มพื้นที่ขายยานพาหนะสองล้อตามช็อป และเคาน์เตอร์อุปกรณ์กีฬาของดิสเคานต์สโตร์ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค หรือแม้แต่เว็บไซต์ดังอย่างพันทิป ต้องเพิ่มพื้นที่สำหรับกระทู้ที่พูดคุยเรื่องของจักรยานโดยเฉพาะ ทั้งหมดนี้คือปรากฏการณ์ที่แผนก Invention ต้องทำหน้าที่มอนิเตอร์แล้วต่อมายัง มายด์แชร์ เพื่อนำไปสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดให้กับลูกค้า อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่มีนักการตลาดแบรนด์ใดที่หยิบยกเอากระแสเรื่องจักรยานมาใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่ผู้ขับขี่จักรยานมีหลายระดับ ตั้งแต่จักรยานคันละแสน ไปจนถึงมูลค่า 4-5 พันบาท สำหรับผู้เริ่มต้น

นับตั้งแต่เกิดภาวะราคาน้ำมันสูงและภาวะโลกร้อน ทั่วโลกก็กลับมาให้ความสำคัญกับการใช้จักรยานเป็นพาหนะมากขึ้น รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยปัจจุบันในประเทศไทยมีการสร้างทางสำหรับจักรยานควบคู่ไปกับทางสำหรับรถยนต์มากขึ้น ทั้งในเขตเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ไปจนถึงเมืองขนาดเล็กทั่วประเทศ

มีการตั้งกลุ่มและชมรมต่างๆ ในหมู่ผู้รักการขี่จักรยานมากขึ้นในทุกภูมิภาคของประเทศ รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวในเส้นทางต่างๆ ทั้งระยะใกล้และระยะไกล จนเกิดเป็นกระแสการท่องเที่ยวโดยจักรยานอย่างกว้างขวางและมีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากที่กิจกรรม Bike For Mom ที่เป็นเหมือนไอพ่น ผลักให้เทรนด์นี้ติดลมบนไปอีกนาน

จึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพผ่านการปั่นจักรยานมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้ใช้จักรยานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสิ้นปี2558 จะมีประชากรไทยผู้ใช้จักรยานอยู่ถึง 3,200,000 คน และจากสัดส่วนจะพบได้ว่าเทรนด์นี้เริ่มมาในหมู่ผู้ชายมากกว่า เพราะเป็นกิจกรรมที่ลุยๆ แต่จากสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของผู้หญิง เกิดจากที่หันมาออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานมากขึ้น เกิดจากการที่มีแจ็คเก็ตและอุปกรณ์ปั่นจักรยานสำหรับผู้หญิงที่มากขึ้น จึงเป็นปัจจัยหนุนที่ทำให้ผู้หญิงหันมาสนใจการปั่น


เสือหมอบ (Road Bike) เป็นจักรยานที่เน้นทำความเร็วบนถนนทางเรียบ

1253430_mfullcustomจักรยานเสือหมอบ (Road Bike) เป็นจักรยานที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานบนถนนทางเรียบทั่วไป จุดเด่นของจักรยานชนิดนี้คือ ล้อยางขนาดเล็ก มีรูปทรงที่ลู่ลม แฮนด์จักรยานจะโค้งและต่ำกว่าที่นั่งเพื่อให้สามารถนั่งในท่าที่ลดแรงปะทะของลมได้ ทำให้มีความเร็วสูง ซึ่งถ้าเป็นระดับนักกีฬาก็อาจทำได้สูงถึง 50-60 กม./ชม. จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักปั่นที่ชื่นชอบความเร็ว สำหรับราคาและประสิทธิภาพของเสือหมอบขึ้นอยู่กับวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ ซึ่งจะให้ผลที่แตกต่างกันทั้งน้ำหนัก ความแข็งแรง และความลื่นไหลของการขี่ โดยเสือหมอบจะมีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนเลยทีเดียว

ถูกออกแบบมาให้เน้นทำความเร็วบนถนนทางเรียบ ใช้ยางหน้าเล็กเพื่อลดแรงเสียดทาน ท่านั่งขี่จะก้มตัวเพื่อให้ลู่ลม น้ำหนักรถเบา ทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อทำความเร็วโดยเฉพาะ เสือหมอบเป็นจักรยานที่ใครชอบดูรายการกีฬาจะเห็นในรายการแข่งขันบ่อยๆ เสือหมอบเป็นจักรยานที่ไม่เหมาะกับเส้นทางวิบาก ด้วยลักษณะของการออกแบบที่ไม่มีระบบกันสะเทือนและใช้ยางหน้าแคบโดยปกติแล้วจะใช้หน้ายางขนาด 20, 23, 25 ม.ม. ซึ่งพื้นที่สัมผัสพื้นถนนจริงประมาณไม่เกิน 10 ม.ม. หรือ 1 เซนติเมตรเท่านั้นเอง ประกอบกับใช้วงล้อขนาด 700c จึงเป็นรถที่ทำความเร็วได้เหนือกว่าเสือภูเขาและจักรยานประเภทอื่นๆ สำหรับผู้ที่รักชอบความเร็วแบบเสือหมอบแต่ต้องการลุยเส้นบางวิบาก อาจสนใจจักรยานประเภทย่อยของเสือหมอบแบบ Cyclocross

การเลือกขนาดของจักรยานประเภท Road Bike ที่เหมาะสมกับสรีระร่างกายของนักปั่นและการปรับตั้งตำแหน่งท่าทางการปั่นของนักปั่นให้เข้ากับจักรยานนับเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งหากเราเลือกขนาดของจักรยานและปรับตำแหน่งท่าทางไม่ถูกต้องแล้ว มันอาจจะทำให้เรารู้สึกว่ามันปั่นไม่สนุก ปวดล้า เจ็บปวดร่างกายของเรา นอกจากนี้การปรับตั้งตำแหน่งท่าทางการปั่นที่ไม่ถูกต้องจะทำให้ลดประสิทธิภาพของการปั่นจักรยานของเราอีกด้วย สำหรับจักรยานประเภทนี้บางรุ่นผลิตขึ้นมาเพื่อเน้นเรื่องความเร็วซึ่งจะต้องมีการจัดวางตำแหน่งท่าทางการปั่นของนักปั่นให้ต้องถูกหลักอากาศพลศาสตร์ให้มากที่สุด ในขณะที่บางรุ่นอาจจะไม่เน้นเรื่องความเร็วจึงไม่ต้องเน้นเรื่องอากาศพลศาสตร์ของตำแหน่งท่าทางการปั่นของการปั่นมากนัก จักรยานประเภทนี้บางครั้งอาจจะมีการอุปกรณ์เพิ่มเติมอื่น เช่นแร๊คเพื่อใส่วางสัมภาระและระบบไฟส่องสว่าง ทั้งนี้ก็เพื่อใช้ในการเดินทางในเมืองหรือเพื่อท่องเที่ยว


ร้านขายอะไหล่จักรยาน ธุรกิจใหม่ที่กำลังเติบโต

เทรนด์ของจักรยานที่มาพร้อมกับการรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนและงานออกแบบที่ช่างเย้ายวนเสียเหลือเกินนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้เราจะเห็นแกงค์จักรยานหลายแกงค์ร่อนอยู่ตามท้องถนนเท่านั้น แต่ธุรกิจอีกสายหนึ่งที่ติดตามมาโดยอัตโนมัติก็คือ ร้านขายอะไหล่จักรยาน

เปิดร้านขายอะไหล่จักรยาน ธุรกิจใหม่ที่กำลังเติบโตและมียอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่หันมาใช้จักรยานกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านการออกกำลังกาย หรือใช้สำหรับการเดินทาง ล่าสุดทางกรุงเทพมหานครได้จัดให้มีช่องทางสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ และจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้จักรยาน และเพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดกับผู้ใช้รถจักรยาน นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับต่างชาติด้วย แต่เส้นทางสำหรับจักรยานยังคงน้อยอยู่ และการใช้จักรยานในเขตเมืองยังคงอันตรายอยู่มาก นอกจากนี้ในต่างจังหวัดของประเทศไทยของเรา ในเขตพื้นที่จังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวชอบเดินทางท่องเที่ยวก็มีการส่งเสริมให้มีการใช้จักรยานสำหรับเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ด้วยเหตุนี้การ เปิดร้านขายอะไหล่จักรยาน จึงเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่กำลังมีความเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีการแข่งขันที่ยังน้อยอยู่

การเปิดร้านขายอะไหล่จักรยาน มีอะไรบ้าง
– หาแหล่งผลิตอะไหล่ เช่น อาจจะนำเข้าจากประเทศผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งในปัจจุบันถ้าเราค้นหาในอินเตอร์เน็ตก็จะพบว่ามีบริษัทที่รับขนส่งทางเรือที่สามารถนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก
– หา ระบบขายปลีก(Retail POS) สำหรับบริหารร้านค้า ช่วยในเรื่องของ การจัดการคลังสินค้า การทำบัญชี และรายได้กำไร เป็นต้น
– ทำการโปรโมทผ่านสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นหน้าเว็บไซต์ ก็จะมีโปรแกรมสำหรับสร้างเว็บไซต์ขายสินค้า เช่น joomla, opencart, prestashop เป็นต้น หรือจะทำการโปรโมทหรือทำการตลาดผ่านเครือข่ายสังคม เช่น facebook, google+ เพิ่มเติม

การเปิดร้านขายอะไหล่จักรยาน สามารถเน้นเป็นอุปกรณ์ตกแต่ง หรืออุปกรณ์ชุดกีฬา นอกจากนี้หากมีประสบการณ์หรือมีพนักงานที่สามารถซ่อมแซมจักรยานได้ ก็จะยิ่งส่งเสริมการขายสินค้าอย่างครบวงจร

 


ข้อควรระวังการปั่นจักรยานในกรุงเทพฯ

ข้อควรระวังการปั่นจักรยานในกรุงเทพฯ
ปัจจุบันสังคมเมืองประสบปัญหาการจราจรติดขัดมากขึ้นทุกวัน ทั้งๆ ที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงก็ไม่ได้ลดลง แต่กลับมีรถยนต์บนถนนเพิ่มมากขึ้น ในปีนี้สังคมเมืองใหญ่ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย จึงยกระดับการคาดหวังจาก “ปั่นจักรยาน” เพราะเชื่อว่าถ้าสามารถจูงใจให้คนทำงานลดใช้รถยนต์ส่วนตัวเพิ่มขึ้น ย่อมจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ สู่ชั้นบรรยากาศด้วย
ความสะดวกสบายในการเดินทางโดยอาศัยพาหนะส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ จักรยานยนต์ นับวันก็ยิ่งสร้างปัญหามลพิษทางอากาศ และส่วนมากก็รับรู้ว่าคือสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยเพาะในสังคมเมืองใหญ่ยังพบว่า ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพทั้งแก่ผู้เดินทางและชุมชนที่มีเส้นทางผ่าน รวมถึงทำให้การจราจรติดขัด และสร้างอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น
การปั่นจักรยานไปทำงานในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครนั้นไม่ง่ายดายเหมือนกัน เพราะต้องอาศัยความกล้า หูตาก็ต้องไว มีร่างกายแข็งแรงที่พร้อมขับขี่ ข้อสำคัญ การตัดสินใจพาตนเองไปเสี่ยงต่ออันตรายบนท้องถนนที่มากด้วยรถยนต์ และจักรยานยนต์ หากผู้ใดยังปั่นได้ไม่แข็งแรง ก็ควรฝึกฝนในระยะทางที่ใกล้ๆ ในซอยแถวบ้านก่อน และโปรดจำไว้ว่า ปั่นบนถนนใหญ่นั้น ควรไปเป็นกลุ่มจะปลอดภัยกว่าไปคันเดียว
ข้อควรระวังการปั่นจักรยานในกรุงเทพฯ
1. ระยะอาน เมื่อนั่งแล้วต้องสามารถเหยียดเท้ายันพื้นได้ แบบเขย่งหรือปลายเท้าก็ได้ ห้ามเท้าลอยเพราะเวลาเบรก หรือ หยุดกะทันหันจะไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ จะล้มเอา ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ใช่ระยะเดียวกับการ fitting
2. หน้ากากกันฝุ่น เพื่อป้องกันฝุ่นละออง ควัน กลิ่น จะป้องกันได้ดีกว่าผ้าพับ ทนร้อนหน่อยแต่เดี๋ยวก็ชิน แล้วจะรู้สึกว่าอากาศที่สูดเข้าไปสะอาดขึ้นเยอะเลย
3. ติดแตรนก แตรไฟฟ้า เสียงจะดังกว่ากระดิ่งมาก เสียงกระดิ่งจะไม่มีใครสนใจ และไม่ได้ยินเพราะเสียงบนท้องถนนมันดังมากอยู่แล้ว (กระดิ่งผมคิดว่าเหมาะกับปั่นในสวนมากกว่า)
4. ควรใส่หมวก
5. กระจกมองหลัง แล้วแต่ถนัด ยิ่งใหญ่ยิ่งดี แต่ควรมองหลังทุกครั้งที่เลี้ยว
6. ติดไฟหน้า-หลัง (ขี่กลางคืน หรือเช้าตรู่)


ประโยชน์ในเรื่องสุขภาพของนักปั่นจักรยาน

ประโยชน์ในเรื่องสุขภาพของนักปั่นจักรยาน
การออกกำลังกายสามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีหนึ่งที่กำลังฮิตอินเทรนด์มาแรงแซงโค้งเลยก็คือ กระแสของการปั่นจักรยานนั่นเอง ซึ่งการปั่นจักรยานนั้นมีข้อดีหลายอย่าง ทั้งช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ให้ความสนุกสนาน และสามารถชิลกับบรรยากาศรอบข้างที่แปลกใหม่ได้อีกด้วย แต่การปั่นจักรยานไม่ใช่แค่กระโดดขึ้นขี่ให้เหนื่อยแล้วจบกัน ทว่ายังมีวิธีการที่นักปั่นจำเป็นต้องรู้เพื่อให้การขี่จักรยานของส่งผลดีต่อร่างกายมากที่สุด ว่าแล้วกระปุกดอทคอมเลยอยากมาแนะนำให้นักปั่นทั้งมือใหม่และหน้าเก่าได้รู้จักวิธีการขี่จักรยานเพื่อออกกำลังที่ถูกต้อง จะได้สนุกกับเจ้าสองล้อคู่ใจของคุณได้อย่างเต็มที่

วิธีการฝึกปั่นจักรยานมีหลากหลายวิธี คนที่ชอบความเร็วอาจจะปั่นเร็วแรงตั้งแต่แรกยาวจนเหนื่อย บางคนเน้นชิลขี่กินลมไปเรื่อย ๆ ซึ่งก็ดีทั้ง แต่วันนี้เราจะขอแนะนำวิธีการฝึกที่ได้ผลและช่วยให้ร่างกายคุณได้รับประโยชน์จากจักรยานมากขึ้น นั่นคือการขี่จักรยานแบบเบาสลับหนักหรือที่เรียกว่าอินเทอร์วอล (Interval) ซึ่งการขี่จักรยานแบบดังกล่าวจะทำให้ร่างกายออกแรงเต็มที่ในเวลาไม่นานมากอีกด้วย การปั่นจักรยานแบบอินเทอร์วอลสามารถทำได้หลายวิธีและส่งผลกับร่างกายแตกต่างกันออกไป แต่วิธีที่นิยมกันก็คือการปั่นเพื่อความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อซึ่งใช้เวลาเพียงเซตละ 10 นาทีเท่านั้น โดยคุณจะต้องปั่นออกแรงเต็มที่ต่อเนื่องกัน 40 วินาที และปั่นเบาลง 20 วินาที ทำสลับกันแบบนี้ 10 ครั้งนับเป็น 1 เซต แล้วพัก 5 นาที หลังจากนั้นจึงเริ่มต้นอีกเซตรวมเวลา 25 นาที

นักปั่นทั้งหลายควรกินอะไรบ้างและกินอย่างไรจึงจะเหมาะสม

ช่วงก่อนปั่น

อาหารที่ควรกินก่อนปั่นนั้นจำเป็นต้องให้พลังงานแก่ร่างกาย เช่นแป้งหรือน้ำตาล แต่ควรเป็นแป้งหรือน้ำตาลธรรมชาติที่ร่างกายจะย่อยมาใช้เป็นพลังงานได้ง่ายและรวดเร็ว  ทำให้คุณปั่นได้นานขึ้นและช่วยป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ

ช่วงระหว่างปั่น

ควรตุนอาหารประเภทแป้งที่ให้พลังงานได้รวดเร็วไว้สักหน่อย ถ้าหากต้องขี่เป็นระยะทางไกล ๆ เป็นเวลาเกิน 2 ชั่วโมงขึ้นไป โดยอาจเป็นผลไม้อบแห้งหรือผลไม้เชื่อมซึ่งไม่เน่าเสียเมื่ออยู่ท่ามกลางอากาศร้อน เป็นต้น รวมทั้งควรดื่มน้ำเป็นระยะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำและให้ความสดชื่นมากขึ้นอีกด้วย

 ช่วงหลังการปั่น

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับทานอาหารหลังจากคูลดาวน์เรียบร้อยแล้วเป็นเวลา 30 นาที ถึง 4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายจะแปลงคาร์โบไฮเดรตเป็นไกลโคเจนหรือพลังงานสำรองในร่างกายซึ่งไม่ทำให้อ้วน จึงเหมาะสมจะกินช่วงนั้นมากที่สุดรวมทั้งก็ควรกินโปรตีนเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอด้วยนอกจากนี้ คุณควรดื่มน้ำเพื่อชดเชยส่วนที่เสียไป และไม่ควรดื่มนมแทนน้ำ เพราะมีไขมันมากกว่าและแปลงเป็นน้ำได้ยากกว่า


สาระน่ารู้ เกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปั่นจักรยาน

การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันมีด้วยกันหลายรูปแบบ และหนึ่งในรูปแบบที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก คือ การปั่นจักรยาน ซึ่งการปั่นจักรยานนั้นมีประโยชน์ด้วยกันต่างๆดังนี้

  • ช่วยให้นอนหลับลึกกว่าเดิมและลดปัญหาการนอนไม่หลับ การปั่นจักรยานตอนเช้าทุกๆ วัน วันละ 20-30 นาทีนั้นสามารถนอนหลับสนิทได้เร็วขึ้นเกือบหนึ่งชั่วโมง
  • ช่วยให้หน้าตาดูอ่อนวัยกว่าเดิม การปั่นจักรยานช่วยให้ร่างกายเราลำเลียงอ๊อกซิเจนและสารอาหารได้ดีขึ้น และช่วยขับถ่ายสารพิษในร่างกายได้มีประสิทธิภาพขึ้น นอกจากนี้การออกกำลังกายอย่างการปั่นจักรยานจะช่วยกระตุ้นการผลิตสารคอลลาเจน ช่วยลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าทำให้หน้าตาอิ่มเอิบและผิวพรรณสดใส
  • ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น เพราะการปั่นจักรยานจะช่วยกระตุ้นให้อาหารไหลผ่านลำไส้ได้เร็วกว่าซึ่งช่วยลดการดูดซับน้ำในลำไส้ใหญ่ทำให้ถ่ายได้คล่องขึ้น การปั่นจักรยานช่วยกระตุ้นการหายใจอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งเพิ่มกำลังในการบีบรัดตัวของลำไส้ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดหลังการทานอาหาร และป้องกันโรคมะเร็งลำไส้
  • เพิ่มประสิทธิภาพสมอง ในการปั่นจักรยานเป็นประจำทำคะแนนการทดสอบสมองได้ดีกว่าปรกติถึง 15% เพราะว่าการปั่นจักรยานช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์สมองในส่วน Hippocampus เป็นส่วนที่ใช้บันทึกความจำ
  • สุขภาพแข็งแรงขึ้น การปั่นจักรยานจะช่วยให้ระบบภูมิต้านทานแข็งแรงขึ้น
  • มีอายุยืนยาว เพราะการปั่นจักรยานพัฒนาระบบเลือดและระบบหายใจ ช่วยลดโรคความดัน โรคอ้วน มะเร็งประเภทต่างๆ โดยรวมร่างกายจะมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูรักษาตัวเองมากขึ้น
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะการปั่นจักรยานยังประหยัดพลังงานมากกว่าการเดินถึงสามเท่าในระยะทางเท่าๆ กัน
  • ทำงานได้ดีขึ้น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มความมั่นใจ ความมุ่งมั่นในการทำงานและช่วยให้รับความเครียดจากการทำงานได้ดีขึ้น
  • ลดความอ้วนได้อย่างดี เพราะการปั่นจักรยานช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกาย

จะเห็นได้ว่าการปั่นจักรยานนั้นมีประโยชน์ต่างๆมากมายตามที่กล่าวมาแล้ว การปั่นจักรยานยังช่วยในการสร้างมิตรอันดีต่อกันและกันอีกด้วย และยังช่วยลดอาการเหนื่อยล้าและความเครียดความกังวนให้หมดไปได้ ดังนั้นการปั่นจักรยานจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนรักสุขภาพเลยทีเดียว


วิธีเบื้องต้นในการเลือกซื้อจักรยาน

chennairoadbikes.comชีวิตในเมืองที่เต็มไปด้วยรถติด และต้องใช้น้ำมันที่สิ้นเปลือง ทำให้คนเมืองในปัจจุบันเริ่มหันมาใช้จักรยานเป็นยานพาหนะกันมากขึ้น นอกจากจะช่วยประหยัดค่าน้ำมันแล้ว ยังช่วยในการออกกำลังกาย ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายคนมีจักรยานเป็นของตนเอง ดังนั้นเราจะมาพูดถึงวิธีการเลือกซื้อจักยานกัน

1.ต้องคำนึงถึงการใช้งาน ว่าจะซื้อจักรยานคันนี้ไปเพื่ออะไร โดยอาจจะซื้อเพื่อขี่ออกกำลังกาย เพื่อใช้ขี่เดินทางไปทำงานในระยะทางไม่ไกล หรือใช้ขี่ออกทริปต่างจังหวัดกับเพื่อน ๆ

2.ตั้งงบประมาณ โดยจักรยานจะมีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสน ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของจักรยานที่ต้องการ

3.เลือกประเภทของจักรยาน เพื่อเลือกซื้อให้ถูกประเภทการใช้งานของคุณ รวมทั้งคุณภาพและราคาที่เหมาะสม
4.สภาพแวดล้อม เพราะจักรยานแต่ละแบบจะใช้งานได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เช่น หากคุณต้องใช้เส้นทางที่เป็นลูกรัง จักรยานเสือภูเขาก็น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี หรือหากที่ทำงานของคุณอยู่บนแนวรถไฟฟ้าใต้ดิน จักรยานแบบพับได้เป็นตัวเลือกที่ใช่ที่สุดแน่นอน

5.ต้องคำนึงถึงขนาด ที่ต้องคำนึงถึงขนาด เพื่อให้ปั่นได้สบายไม่ทำร้ายร่างกายจนเกินไป โดยทั่วไปแล้วหน่วยขนาดของจักรยานจะแบ่งเป็น 2 หน่วยได้แก่ เซนติเมตร ใช้ในจักรยานเสือหมอบ และ นิ้ว ใช้ในจักรยานเสือภูเขา

6.ความชอบส่วนตัว ในเรื่องของความชอบนั้นอาจตัดสินได้ง่าย ส่วนสไตล์การปั่นอาจต้องใช้เวลาเรียนรู้กับมันไปสักระยะเพื่อหาสไตล์ที่เหมาะสมกับตัวเอง

7.เลือกร้านที่บริการหลังการขายดี เลือกร้านค้าที่ดีมีมาตรฐาน คุณจะได้รู้สึกอุ่นใจทุกครั้งเมื่อต้องการคำปรึกษา คำแนะนำ และวิธีดูแลรักษาจักรยานของตัวเอง

8.ต้องเลือกซื้ออุปกรณ์ความปลอดภัยด้วย อย่ามัวทุ่มงบประมาณไปกับจักรยานเพียงอย่างเดียว ความปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เช่น ถุงมือ ไฟส่องสว่าง หมวกกันน็อค กระจกมองหลัง เป็นต้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

จากที่กล่าวมาเป็นวิธีเบื้องต้นในการเลือกซื้อจักรยาน เพียงเท่านี้ก็สามารถเลือกซื้อจักรยานที่ตรงกับความต้องการได้ง่ายๆ


จักรยานได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากคนทุกเพศทุกวัย

ปัจจุบัน จักรยานได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากคนทุกเพศทุกวัย เรียกได้ว่าเป็นแฟชั่นการปั่นที่อินเทรนด์อยู่มากเลยทีเดียว เพราะการปั่นจักรยานได้ทั้งความสนุกสนาน ได้สังคม และยังได้ออกกำลังกายอีกด้วย ยิ่งท่ามกลางเหตุการณ์ทางการเมืองแบบนี้ด้วยแล้ว มีรถติด ปิดถนน การจราจรไม่ค่อยสะดวก แต่คนกรุงก็ไม่หวั่น มีทางเลือกดีๆ ขี่จักรยานคันงาม เท่ๆ แนวๆ แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน จะขี่ไปเรียนไปทำงานหรือไปเที่ยวกันบ้าง ไทยรัฐออนไลน์จึงไปหา 5 เหตุผลมาตอบคำถามให้ทุกคนได้รู้กันว่า ทำไมเราถึงต้องปั่นจักรยาน…

1. ปั่นจักรยานรักษ์โลก

นอกจากการปั่นจักรยานจะประหยัดเงิน ประหยัดค่าน้ำมัน ยังเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วยแล้ว เพราะจักรยานเป็นยานพาหนะซึ่งไม่ต้องใช้เครื่องยนต์ใดๆ ที่ทำให้ต้องเป็นตัวปล่อยมลพิษทางอากาศออกมาสู่โลกภายนอก นอกจากจักรยานไม่ก่อให้เกิดมลพิษแล้ว การปั่นจักรยานยังประหยัดพลังงานมากกว่าการเดินถึงสามเท่าในระยะทางเท่าๆ กัน เพราะถ้าลองเปรียบเทียบพลังงานที่เราใช้ในการปั่นจักรยาน ออกมาให้เหมือนรถยนต์ จะได้ประมาณ 4,705 กิโล/ลิตร

2. ลดน้ำหนักง่ายๆ ด้วยการปั่นจักรยาน

การปั่นจักรยานออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้ดี การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก โดยที่ไม่ต้องไปเสียเงินเข้าฟิตเนส หรือไปจ่ายกับค่าคอร์สตามสถาบันลดน้ำหนักต่างๆ ให้สิ้นเปลืองแต่อย่างใด แค่คุณลงทุนซื้อจักรยานสักคัน ไม่ต้องแพงมากหรอก เอาแค่พอขี่ได้ก่อน คุณรู้หรือไม่ว่า การปั่นจักรยานเพียง 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 600 แคลอรี หลายคนคงจะยังไม่รู้ว่ามันไม่ได้เผาผลาญแค่เฉพาะตอนที่เราปั่น ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าร่างกายของคนที่ปั่นจักรยานเป็นประจำจะมีสภาวะ “After Burner” หรือเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้อย่างต่อเนื่องหลังจากลงจากจักรยานแล้วต่อไปอีก 2-3 ชั่วโมงด้วย แค่นี้ก็หุ่นดี ผอมเพรียว แถมยังสนุกอีกด้วย

3. ร่างกายแข็งแรง สดชื่น จิตใจแจ่มใส

การขี่จักรยาน ก็เหมือนการออกกำลังกาย พอออกกำลังกายแล้วก็จะทำให้เราร่างกายแข็งแรงสดชื่น นอกจากนี้ยังช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกด้วย เพราะเวลาที่คุณขี่จักรยานคุณจะมีเวลาในการชมนก ชมไม้ ดูบรรยากาศรอบๆ เลือกที่จะไปปั่นจักรยานในสวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวจำนวนมาก เมื่อมองไปแล้วก็จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย ทั้งนี้ยังได้สัมผัสบรรยากาศบริสุทธิ์อีกด้วย และมีรายงานสุขภาพจากอังกฤษบอกว่าคนที่ปั่นจักรยานอย่างน้อย 30 นาทีเป็นเวลาห้าวันต่อสัปดาห์ มีโอกาสป่วยน้อยกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลยกว่าเท่าตัว นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยสุขภาพในสหรัฐฯ หลายๆ ชิ้นยืนยันว่า การออกกำลังกาย โดยเฉพาะการปั่นจักรยานช่วยลดความหดหู่และความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

4. หน้าเด็กลง

การปั่นจักรยานนั้นช่วยให้ร่างกายเราลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารได้ดีขึ้น และช่วยขับถ่ายสารพิษในร่างกายได้มีประสิทธิภาพขึ้น นอกจากนี้การออกกำลังกายอย่างการปั่นจักรยานจะช่วยกระตุ้นการผลิตสารคอลลาเจน ซึ่งเป็นสารที่สาวๆ หรือไม่สาวก็ต้องการเป็นอย่างมาก เพราะสารคอลลาเจนตัวนี้จะช่วยในเรื่องการลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า จึงไม่แปลกว่าทำไมคนที่ปั่นจักรยานเป็นประจำจึงหน้าตาอิ่มเอิบและผิวพรรณขาวใสน่าเจี๊ยะกันทั้งนั้น

5. มีความเป็นอิสระ มีสังคม ได้เพื่อนใหม่

เสน่ห์การปั่นจักรยานคงอยู่ที่ความเป็นอิสระ เมื่อไปถามนักปั่นตัวยงหลายๆ คนเขาก็จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าการปั่นจักรยานมันไม่เหมือนกับการขับขี่รถประเภทอื่น การปั่นจักรยานมันสามารถหยุดในที่ที่เราอยากหยุดได้ ชมบรรยากาศ ทัศนียภาพอื่นๆ ซึ่งมีสถานที่หลายแห่งที่ไม่อนุญาตให้รถยนต์เข้าไป หรือแม้จะเดินเข้าไปก็ช้าและเสียเวลา จักรยานอาจเป็นทางเลือกที่ดีหากเราต้องการเข้าไปถึงในที่ที่เราต้องการ

ทั้งนี้แล้วสังคมการปั่นจักรยานก็ค่อนข้างจะอบอุ่นและเป็นมิตร ทุกคนสามารถรู้จักกันได้ภายในเวลาอันรวดเร็วเหมือนเป็นกฎการดึงดูด (Law of Attraction) คือสิ่งที่เหมือนกันจะเข้าหากัน คน 2 คนที่เหมือนกันมักจะเข้าหากัน สิ่ง 2 สิ่งที่เหมือนกันจะดึงดูดเข้าหากัน ซึ่งเป็นกฎธรรมชาติพื้นฐานที่พระเจ้าสร้างไว้อยู่แล้ว นอกจากนี้หากใครมีปัญหาอะไรก็มักจะช่วยเหลือกันและยังช่วยเสริมสุขภาพเราในทางอ้อมอีกด้วย มีผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Howard ออกมาว่าคนที่ไม่มีเพื่อนและไม่เข้าสังคมมีความเสี่ยงในการเจ็บป่วยมากกว่าคนสูบบุหรี่และคนที่เป็นโรคอ้วนเสียอีก


การลดพลังงานเชื้อเพลิงด้วยการหันมาใช้จักรยานไฟฟ้า

จากปัญหาวิกฤตการณ์น้ำมันที่มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปัญหาจากการปล่อยก๊าซพิษจากรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ปัญหาจากฝุ่นละออง ส่วนใหญ่มาจากยานยนต์และโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้เกิดมลพิษในอากาศซึ่งมีผลต่อสุขภาพที่เราอาจคิดไม่ถึง การนำจักรยานไฟฟ้ามาใช้แทนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ประโยชน์ที่เห็นได้ชัด คือ เป็นการลดพลังงานเชื้อเพลิง เป็นการลดระดับฝุ่นละอองในอากาศและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากท่อไอเสีย ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น เป็นการช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน และจะช่วยรัฐประหยัดเงินในเรื่องของการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และช่วยรัฐประหยัดเงินในการดูแลสุขภาพของประชาชนหลายหมื่นล้านบาทอันเกิดจากฝุ่นละอองในอากาศและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากท่อไอเสีย และได้ออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเอง

จักรยานไฟฟ้า คือสิ่งที่รวมเอาควรสะดวกของรถยนต์กับรวมเอาข้อดีของจักรยานเข้าไว้ด้วยกัน ข้อดีของรถคือไปไหนมาไหนได้รวดเร็ว จักรยานไฟฟ้าสามารถบรรทุกของหนักได้ เช่น เก้าอี้สำหรับเด็กเล็ก หรือเด็กนั่งซ้อน เสื้อผ้า รองเท้า คอมพิวเตอร์ ของกิน ฯลฯ หรืออาจจะทำเป็นจักรยานสำหรับบรรทุกของก็ได้เช่นกัน มีหลายเหตุผลว่าทำไมจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมอย่างมากในเวลานี้ ประการแรกคือคุณไม่ต้องใช้น้ำมัน และประการที่สองคือไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน ทั้งดูทันสมัยและราคาไม่แพง สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จไฟแต่ละครั้ง และยานพาหนะรูปแบบนี้เหมาะต่อนักเรียนนักศึกษาเพราะไม่ต้องใช้ใบอนุญาตขับขี่

การปั่นจักรยานไฟฟ้าช่วยให้ออกกำลังกายดีกว่าการใช้รถเก๋งที่รถติดๆ ถ้าหากเราไม่ใช้รถเก๋งแล้วหันมาใช้จักรยาน จะทำให้เราออกกำลังกายมากขึ้นกว่าการนั่งบนรถนานๆ สำหรับบางคนที่ไม่มีกำลังมากพอที่จะปั่นใช้แรงมากๆ จักรยานไฟฟ้าช่วยให้ทำให้ออกกำลังกายได้โดยร่างกายไม่ต้องหักโหมมาก และยังสามารถทำงานต่อไปโดยไม่อ่อนล้า แต่ในบางครั้งถ้าหากคุณต้องการออกกำลังกายเต็มที่ คุณสามารถปิดระบบไฟฟ้าและใช้เท้าปั่นเหมือนออกกำลังกายปกติได้ ในอดีตชุดเกียร์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ๆในวงการจักรยาน นักปั่นจักรยานคิดว่าการปั่นจักรยานจะต้องปั่นไม่ใช้เกียร์ แต่ในปัจจุบันจักรยานดีๆทุกคันใช้เกียร์หมดทุกคัน จักรยานไฟฟ้าก็จะเป็นเช่นนั้น


ธุรกิจจักรยานยุคใหม่เริ่มต้นจากวงการจักรยาน

ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในกระแสความคลั่งจักรยาน ไปที่ไหนก็จะมีแต่เสียงเรียกร้องให้มีการสร้างทางวิ่งเฉพาะจักรยานขึ้นมา สถานที่ของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ก็จัดสรรงบประมาณมาให้คนขี่จักรยานได้ใช้ ไม่เว้นแม้แต่สนามบินนานาชาติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ก็แย่งกันประกาศให้พื้นที่ของตนเองเป็นนครแห่งจักรยานกันมากมาย มีการจัดจ้างจัดซื้อเพื่อให้มีเส้นทางสำหรับจักรยานเกิดขึ้น โดยไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ว่าจะคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปหรือไม่ เช่นเดียวกันกับกิจกรรมทางการตลาดและส่งเสริมการขายของสินค้าและบริการจำนวนมาก ก็หันมาใช้จักรยานเป็นตัวทำกิจกรรมกันเป็นล่ำเป็นสัน

จักรยานในปัจจุบันจึงไม่เป็นเพียงแค่พาหนะสำหรับใช้เดินทาง และไม่ใช่เครื่องมือสำหรับใช้ประกอบการออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กลายเป็นแฟชั่นที่หากว่าใครไม่มีหรือมีคนในวงสนทนาพูดเรื่องจักรยานขึ้นมา แล้วไม่สามารถออกความเห็นได้ก็จะกลายเป็นคน “เอาท์” ไปทันที ทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานเติบโตอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียงแค่สามสี่ปีที่ผ่านมา

ธุรกิจจักรยานยุคใหม่เริ่มต้นจากวงการจักรยานใช้แล้วนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งมีแหล่งซื้อขายกันอยู่ตามตะเข็บชายแดนของประเทศไทย กับประเทศเพื่อนบ้านทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก จักรยานใช้แล้วรูปทรงทันสมัยมีอุปกรณ์ต่างๆ มากมายเริ่มซื้อขายกันที่คันละพันบาทต้นๆ จนกระทั่งมีผู้คนนิยมมากขึ้น ราคาจึงไต่ระดับขึ้นไปถึงหลายพันและบางคันแตะระดับหมื่นบาทก็มี

ถึงตอนนั้นจึงเริ่มมีการนำเอาจักรยานแบบเสือภูเขาใหม่เอี่ยมจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย มีการเปิดร้านค้าหรูหราใหญ่โต โดยมีทั้งจักรยานจากประเทศญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา และจากประเทศหลักของโลกจักรยานคือไต้หวัน เข้ามาวางจำหน่ายจนครบทุกยี่ห้อที่มีอยู่ในโลกนี้ รวมถึงจักรยานจากโรงงานผลิตในประเทศไทยที่ออกมาท้ารบกับเขาในตลาดอย่างสมน้ำสมเนื้อด้วย

ตลาดจักรยานในประเทศไทยเติบโตถึงขีดสุด เมื่อรถจักรยานประเภทเสือหมอบชนิดต่างๆ ได้รับความนิยมกันมากในหมู่วัยรุ่น นอกจากธุรกิจรถจักรยานแล้วยังมีธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น เสื้อผ้า, รองเท้า, หมวก, ถุงมือ และอุปกรณ์ประดับตกแต่งอีกมาก มีร้านจำหน่ายจักรยานและอุปกรณ์เกิดขึ้นทุกหัวมุมถนน คนหนุ่มคนสาวมากมายที่ลาออกจากงานประจำเงินเดือนงามมาทำธุรกิจเกี่ยวกับจักรยาน หลายคนประสบความสำเร็จอย่างงดงามในระยะเริ่มต้น

แต่ปัจจุบันนี้สภาพโดยรวมของธุรกิจจักรยานได้ผ่านจุดรุ่งเรืองสูงสุดไปแล้ว คนที่ขี่จักรยานตามแฟชั่นไม่ได้ขี่เพราะชอบจริงๆ ก็เริ่มเบื่อ คนที่กำลังคิดที่จะหันมาทำธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานจึงต้องรอบคอบมากขึ้น เพราะจำนวนจักรยานที่จำหน่ายออกไปแล้วอยู่ในเกณฑ์ใกล้อิ่มตัว ส่วนรายได้จากการจำหน่ายอุปกรณ์ก็ลดน้อยลงไปทุกแห่ง


ธุรกิจทางด้านท่องเที่ยวและตลาดนำเข้าและส่งออกของคนปั่นจักรยาน

ท่ามกลางความคับคั่งของการจราจรบนถนนทุกสาย ทุกช่วงเวลาของกรุงเทพมหานคร ภาพของคนปั่นจักรยานที่ค่อยๆ แทรกตัวเข้ามาร่วมทางด้วยมีให้เห็นเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆจักรยานกลายเป็นปรากฎการณ์ที่ “ฮอต” มากที่สุดของปีนี้ มีร้านค้าตัวแทนจำหน่ายจักรยานแบรนด์ดังจากต่างประเทศมาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการเพิ่มพื้นที่ของการขายจักรยานตามช็อป เคาน์เตอร์อุปกรณ์กีฬาของดิสเค้าน์สโตร์ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น อะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่งจักรยาน เสื้อผ้า อุปกรณ์เสริม ตลอดจนธุรกิจทางด้านท่องเที่ยว แม้แต่เว็บไซต์ดังอย่างพันทิปก็ต้องเพิ่มพื้นที่สำหรับกระทู้ที่พูดคุยเรื่องของจักรยานโดยเฉพาะ พร้อมๆ กับการเกิดขึ้นของกิจกรรม “รักการปั่น” จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาคเอกชนและรัฐบาล ต่อม “อยากปั่น” ยังถูกกระตุ้นต่อด้วยภาพของ Celebที่แชทและแชร์ตามโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำให้ตลาดจักรยานยิ่งคึกคักมากขึ้น

ปรากฎการณ์ต่างๆ กำลังถูกมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิดจากนักการตลาดเพื่อที่จะดูว่า พลังที่เกิดขึ้นจะแรงพอในการสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดให้กับลูกค้าเพื่อการขับเคลื่อนแบรนด์ได้อย่างเต็มที่หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องเล่น แต่ปั่นกันเป็นหมื่นล้าน ปราณี ชุณหญิญโญกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สปอร์ต ไบซิเคิล ผู้แทนจำหน่ายแบรนด์จักรยานดังของโลก Specialized จากอเมริกา และแบรนด์ Colnago จากอิตาลี ให้ความเห็นตรงกับผู้ประกอบการหลายคนว่า มูลค่ารวมของธุรกิจจักรยานไม่ชัดเจน เพราะเป็นช่วงพีคสุดๆ ที่ยังไม่นิ่ง มีทั้งตลาดนำเข้าและส่งออก ตลาดรถบ้าน อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง แต่คาดว่าน่าจะถึงหมื่นล้านบาท เฉพาะส่วนรถนำเข้าหรือรถสปอร์ตยอดขายรวมในปีที่ผ่านมาประมาณ 5 พันล้านบาทขึ้นไป เคยไปงานแฟร์จักรยานระดับโลกเมื่อหลายปีก่อน จะตื่นเต้นกับแบรนด์จักรยาน และนวัตกรรมใหม่ๆ ของอุตสากรรมนี้มาก แต่ใน1-2 ปีนี้แบรนด์ระดับโลกเกือบทุกแบรนด์ถูกนำมาขายในเมืองไทยเกือบหมดแล้วตลาดของการแข่งขันเลยเริ่มทวีความHOT มากขึ้นตามลำดับ แต่ก้อนเค้กที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ส่วนแบ่งของยอดขายของแต่ละรายยังมากพอในการทำธุรกิจ ตลาดจักรยานในประเทศยังอยู่ในช่วงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15-20% ในปี 2013-2014 จากความมั่นใจกระแสจักรยานยังแรง ทำให้การจัดงาน Bangkok Bike 2013 ครั้งที่ 1 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2556 ได้รับความสำเร็จอย่างมาก ทำให้เวลาผ่านไปเพียง 4 เดือน งาน Bangkok Bike 2013 ครั้งที่ 2 ก็เกิดขึ้นโดยมีผู้เข้ามาร่วมงานสูงถึง 117,000 คน สามารถทำยอดขายในงานประมาณ 74 ล้านบาท โดยจักรยานพับเป็นประเภทที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงาน


ธุรกิจให้เช่าจักรยานเริ่มมีบทบาทในสังคมปัจจุบันมากขึ้น

ทุกวันนี้เมืองใหญ่ ๆ ทั่วโลกมีการรณรงค์ให้ใช้ระบบขนส่งมวลชนกันมากขึ้น แทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว เนื่องจากปัญหาการจราจรที่ติดขัด และการเห็นความสำคัญของภาวะโลกร้อน ทำให้เมืองหลวงต่าง ๆ นอกจากจะมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าแล้ว ยังมีการคิดค้นรูปแบบการเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานีรถไฟฟ้าในส่วนของกรุงเทพมหานคร ที่มีปัญหาการจราจรติดขัดเป็นระดับต้น ๆ ของโลก การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญ แต่เส้นทางรถไฟฟ้าในปัจจุบันยังอยู่บนถนนสายหลักและระยะทางไม่ครอบคลุมพื้นที่มากนัก ดังนั้นการเดินทางเชื่อมต่อไปให้ถึงรถไฟฟ้ายังไม่มีความสะดวก ต้องอาศัยรถสองแถว รถเมล์ แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องรถติด ในขณะที่บางรายใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง แต่ก็ต้องจ่ายค่าโดยสารในอัตราที่สูง ดังนั้น กทม. จึงมีแนวคิดที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนด้วยการทำ “ระบบเช่าจักรยานสาธารณะ” ขึ้น

ถือเป็นทางเลือกในการเดินทางรูปแบบใหม่ ที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดพลังงาน ช่วยลดภาวะโลกร้อน ส่งเสริมสุขภาพ และเข้าถึงได้ในทุกพื้นที่ ในภาวะการจราจรที่ติดขัดให้ไปถึงจุดหมายได้รวดเร็วนั้น ก็คือการทำระบบให้เช่าจักรยานสาธารณะ ซึ่งในเมืองใหญ่ทั่วโลกมีการทำโครงการให้เช่าจักรยานกันมานานแล้ว เช่น ปารีส มีรถจักรยานให้เช่าถึง 20,000 คัน บาร์เซโลนา มีให้เช่า 6,000 คัน โคเปนเฮเกน มีให้เช่า 2,000 คัน เบอร์ลินมีให้เช่า 2,000 คัน เป็นต้นโครงการนี้ กรุงเทพมหานคร ได้ให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดหาจักรยานและการให้บริการ นำร่องใน 2 จุด คือ สถานีจามจุรีสแควร์ และ สถานีสยาม โดยมีจำนวนจักรยาน ให้บริการ 100 คัน โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำสถานีดูแลรถจักรยานและนำรถจักรยานมาเติมให้ผู้ใช้บริการตลอดเวลา ซึ่งจุดที่ติดตั้งเป็นจุดที่เชื่อมที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส คือสถานีสยาม ส่วนอีกจุดใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินคือ สถานีสามย่าน ซึ่งผู้เช่าจะสามารถเลือกเช่าจักรยานจากจุดบริการหนึ่ง เพื่อนำไปใช้แล้วส่งคืนยังจุดบริการใดก็ได้ ที่ใกล้กับจุดหมายปลายทางของผู้ใช้เส้นทางมากที่สุด

การใช้บริการ ผู้เช่าจะต้องซื้อบัตรสมาร์ทการ์ด (smart card) มูลค่า 320 บาท โดยแบ่งเป็น 220 บาท คือมูลค่าบัตรและการเป็นสมาชิก ส่วนอีก 100 บาท คือมูลค่าที่สามารถใช้เพื่อการยืมรถจักรยาน โดยสมาชิกจะมีอายุ 1 ปี ค่าต่ออายุสมาชิก 100 บาท ต่อปี ส่วนสิทธิประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับ มีวงเงินการประกันอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถจักรยาน มูลค่า 50,000 บาท มีค่ารักษาพยาบาลตามจริง แต่ไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ในอนาคต ซึ่งหลังจากมีบัตรสมาร์ทการ์ดแล้ว ก็นำไปใช้ในการยืม-คืน จักรยาน ตรวจสอบยอดเงิน เติมเงิน และในอนาคตจะสามารถที่จะใช้งานร่วมกับระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ได้


เทรนด์ธุรกิจปั่นๆจักรยานที่มาแรงในปี 2014

ปั่นครองเมือง กระแสจักรยานกำลังอยู่ในความนิยมของผู้คนอย่างมาก โดยจะเห็นได้จากจำนวนนักปั่นที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยจักรยานสามารถสอดแทรกเข้าไปในวิถีชีวิตของผู้คนได้ในหลากหลายรูปแบบ หลายสไตล์ ซึ่งมีให้เลือกใช้ตามความชอบที่หลากหลายเมื่อผู้คนเปิดใจมากขึ้น จักรยาน จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไปแล้ว

ด้วยความฮิตอย่างแรงจนฉุดไม่อยู่ จึงทำให้ปัจจุบันธุรกิจจักรยานเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะระดับกลางถึงกลุ่มไฮเอนด์ ทั้งเมาน์เทนไบค์ เสือหมอบ รถพับ โดยตัวเลขนำเข้าจักรยานจากต่างประเทศ กระโดดขึ้นไปมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ มียอดเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ไม่นับรวมกลุ่มจักรยานแม่บ้านที่มีตลาดแข็งแรงอยู่แล้ว

นอกจากนั้นแล้ว จักรยานยังสร้างธุรกิจได้อย่างมากมาย โดยจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันมีร้านจำหน่ายจักรยานเปิดขึ้นเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีคาเฟ่ ร้านอาหารที่เจาะเฉพาะกลุ่มจักรยานเปิดมากขึ้นเป็นลำดับ และอีกธุรกิจหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ ธุรกิจทัวร์จักรยาน และเซอร์วิสจักรยาน กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างสูง โดยจะมีการให้บริการหลากหลายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

แม้จะมีธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานเกิดขึ้นมากมาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตลาดนี้ยังเปิดกว้างมีช่องว่างให้ผู้สนใจอีกมากมายช่องว่างของธุรกิจปั่นๆ ที่น่าจับตามองในสายตาของกูรูสาวนักปั่นคนนี้ มีดังนี้
1. แท็กซี่ติดแร็กบรรทุกจักรยาน
2. รถเช่าบรรทุกจักรยานเพื่อการออกทริป
3. แผนที่จักรยาน ที่มีข้อมูลเข้าถึง เข้าใจง่าย อย่างละเอียด ระบุถึงตรอกซอกซอยต่างๆ ที่ลัดเลาะเข้าไปในชุมชนที่สามารถลัดเลาะสู่ถนนใหญ่ได้ ปัจจุบันมีคนรู้ไม่กี่คน เป็นเรื่องดียังไม่มีใครทำ
4. ร้านอาหารเป็นมิตรกับกลุ่มจักรยาน ปัจจุบัน จะมีให้เห็นในรูปของคาเฟ่ ซึ่งต่อไปจะมีร้านเหล่านี้เปิดขึ้นอีก
5. ที่เช่าจอดรถจักรยานอย่างปลอดภัย กำลังขาดอย่างมาก อาจทำในพื้นที่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า รถไฟ หรือชุมชนต่างๆ สามารถทำได้ทั่วประเทศ
6. ธุรกิจให้ยืมจักรยาน ซึ่งอาจไปเปิดในสนามบิน สถานีรถไฟ หรือ สถานีขนส่งต่างๆ เพื่อนักท่องเที่ยวที่มาถึงสามารถเช่าปั่นได้เลย
7. ไบค์ แคมปัส ห้องพักนักศึกษาที่มีจุดเอื้อต่อการเก็บจักรยานในห้อง โดยติดจุดแขวนจักรยานในห้องเพิ่มได้ เป็นการสร้างความแตกต่างให้กับสถานที่ และยังสามารถเปิดตลาดใหม่ๆ ในกลุ่มนักศึกษาได้
8. รับอาบน้ำจักรยาน รับทำความสะอาดให้รถเหมือนใหม่ตลอด และช่วยทำให้จักรยานเก่ามีชีวิตขึ้นอีกครั้ง
9. โรงเรียนสอนปั่นสำหรับเด็ก ให้รู้กฎจราจรเบื้องต้นและปลูกฝังให้รักการปั่น อาจจัดเป็นสวนให้เด็กเข้าไปฝึกปั่น
10. เปิดคอร์สสอนผู้ใหญ่ปั่นจักรยาน เพราะปัจจุบันยังมีคนโตอีกจำนวนมากที่ขี่จักรยานไม่เป็น
11. ธุรกิจบัดดี้จักรยาน เป็นพี่เลี้ยงในการปั่น โดยจะช่วยเซอร์เวย์เส้นทางให้ก่อน และมีการขี่ไปรับพากลับมาส่ง ฝึกปั่นนำสลับปั่นตาม ช่วยสร้างความมั่นใจในการออกถนน
12. ทริปจักรยานวันเดียว ธุรกิจนี้กำลังโตเร็วมาก สามารถเจาะกลุ่มผู้มีกำลังซื้อได้ และกำลังเป็นที่ต้องการ
13. ผลิตรองเท้าปั่น โดยคนไทย ปัจจุบันรองเท้าจักรยานยังเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ คู่หนึ่งไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 บาท ซึ่งคนไทยที่มีฝีมือน่าจะดัดแปลงนำรองเท้าลำลองใส่สบายมาทำ เพียงแค่ติดเคสเข้าไป
14. ที่วางแก้วกาแฟบนจักรยาน เหมือนที่ใส่ขวดน้ำ
15. ไฟจักรยานที่ถูกและเท่ ราคาไม่บาดเจ็บ


การเติมโตของธุรกิจสินค้าจักรยานนำเข้า

มีอะไรน่าสนใจในตลาดจักรยาน ? ที่ผ่านมาเลยมีมวลมหาชนให้ความสนใจพวกมันอย่างล้นหลาม จนกลายเป็นปรากฏการณ์ “จักรยานฟีเวอร์” ที่ทั้ง “ผู้ใช้” “ผู้ซื้อ” กระทั่ง “ผู้เล่น” ในตลาด เพิ่มขึ้น “เท่าทวี”

กระแสนิยมการปั่นจักรยานได้กลายเป็น “Global Trend” ที่มาแรงในปัจจุบัน เนื่องจากผู้คนให้ความสนใจโลกและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น “จักรยาน” เป็นตัวตอบโจทย์ ที่ช่วยประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง และไม่สร้างมลภาวะให้กับโลก ที่มาของกระแสการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน จนมาสู่การปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว ที่กำลังบูมสุดๆ ณ วันนี้
โดยในไทยมีผู้ใช้จักรยานมากถึง 2.25 ล้านคน ไม่ใช่แค่ครอบครัวละคัน แต่ตัวเลข ณ วันนี้ คือ แต่ละบ้านมีจักรยานในครอบครองถึง 2-3 คัน ต่อครอบครัว

ขณะที่ภาพรวมตลาดจักรยานบ้านเรา พบว่า ไทยเป็นแหล่งผลิตจักรยานเพื่อการส่งออก ทั้งรับจ้างผลิตและผลิตในแบรนด์ตัวเอง เป็นตัวแทนจำหน่ายจักรยานนำเข้าหลายแบรนด์ดัง รวมถึง จักรยานมือสองจากต่างประเทศ กระแสนิยมในจักรยาน ทำให้เกิดธุรกิจเกี่ยวข้องตามมามากมาย ตั้งแต่ อะไหล่ อุปกรณ์เสริมตกแต่งรถจักรยาน (Accessories) เสื้อผ้า ธุรกิจและบริการที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการสาวกจักรยานโดยเฉพาะ ฯลฯ และที่ดูจะหอมหวานเอามากๆ ในยุคนี้ ก็ต้องยกให้ “ท่องเที่ยวจักรยาน”

“ประเทศไทยมีตัวเลขผู้ใช้จักรยานเพื่อ การท่องเที่ยวประมาณ 2.6 แสนคน (ปี พ.ศ. 2556) นิยมปั่นแบบไปเช้า-เย็นกลับ และแบบพัก 2 วัน 1 คืน มากที่สุด มีอัตราการออกทริปเฉลี่ยปีละ 1 ครั้ง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 500-1,000 บาท/คน/วัน ซึ่งประมาณการรายได้จากการท่องเที่ยวโดยจักรยานในปีที่ผ่านมามูลค่าราว 900 ล้านบาท”

การเติบโตของทัวร์สองล้อเมืองไทย ที่ไม่ธรรมดา และที่ต้องจับตาเอามากๆ ก็นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวในไทยโดยปีที่ผ่านมา มีทั้งสิ้นกว่า 28,000 คน เบาะๆ เบาๆ ทำรายได้เข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท!

ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เลยเป็นอะไรที่ “หวาน” โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยวรูปแบบ “Exclusive Trip” ซึ่งเป็นที่นิยมของนักปั่นกระเป๋าหนักชาวต่างชาติ ที่แม้จะมีเพียง 10% แต่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของคนกลุ่มนี้ มากกว่า 5,000 บาท/คน/วัน นี่คือตลาดที่ไม่แค่น่าสนใจธรรมดา แต่ต้องบอกว่า น่าสนใจ “เอามากๆ” ใครจะคิดว่าทัวร์สองล้อบางทริป จะราคาสูงถึงหลักล้านบาท! ต่อคน

ธุรกิจจักรยานส่วนใหญ่ เกิดจากคนที่ “อินจัด” ในจักรยาน แล้วผันความชอบมาเป็นธุรกิจ ทุกวันนี้ผู้บริโภคมีการรับรู้ในคำว่าจักรยานสูงมาก มีข้อมูลเยอะขึ้น ทำให้ตลาดเติบโตขึ้นมาก