การลดพลังงานเชื้อเพลิงด้วยการหันมาใช้จักรยานไฟฟ้า

จากปัญหาวิกฤตการณ์น้ำมันที่มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปัญหาจากการปล่อยก๊าซพิษจากรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ปัญหาจากฝุ่นละออง ส่วนใหญ่มาจากยานยนต์และโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้เกิดมลพิษในอากาศซึ่งมีผลต่อสุขภาพที่เราอาจคิดไม่ถึง การนำจักรยานไฟฟ้ามาใช้แทนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ประโยชน์ที่เห็นได้ชัด คือ เป็นการลดพลังงานเชื้อเพลิง เป็นการลดระดับฝุ่นละอองในอากาศและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากท่อไอเสีย ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น เป็นการช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน และจะช่วยรัฐประหยัดเงินในเรื่องของการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และช่วยรัฐประหยัดเงินในการดูแลสุขภาพของประชาชนหลายหมื่นล้านบาทอันเกิดจากฝุ่นละอองในอากาศและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากท่อไอเสีย และได้ออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเอง

จักรยานไฟฟ้า คือสิ่งที่รวมเอาควรสะดวกของรถยนต์กับรวมเอาข้อดีของจักรยานเข้าไว้ด้วยกัน ข้อดีของรถคือไปไหนมาไหนได้รวดเร็ว จักรยานไฟฟ้าสามารถบรรทุกของหนักได้ เช่น เก้าอี้สำหรับเด็กเล็ก หรือเด็กนั่งซ้อน เสื้อผ้า รองเท้า คอมพิวเตอร์ ของกิน ฯลฯ หรืออาจจะทำเป็นจักรยานสำหรับบรรทุกของก็ได้เช่นกัน มีหลายเหตุผลว่าทำไมจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมอย่างมากในเวลานี้ ประการแรกคือคุณไม่ต้องใช้น้ำมัน และประการที่สองคือไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน ทั้งดูทันสมัยและราคาไม่แพง สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จไฟแต่ละครั้ง และยานพาหนะรูปแบบนี้เหมาะต่อนักเรียนนักศึกษาเพราะไม่ต้องใช้ใบอนุญาตขับขี่

การปั่นจักรยานไฟฟ้าช่วยให้ออกกำลังกายดีกว่าการใช้รถเก๋งที่รถติดๆ ถ้าหากเราไม่ใช้รถเก๋งแล้วหันมาใช้จักรยาน จะทำให้เราออกกำลังกายมากขึ้นกว่าการนั่งบนรถนานๆ สำหรับบางคนที่ไม่มีกำลังมากพอที่จะปั่นใช้แรงมากๆ จักรยานไฟฟ้าช่วยให้ทำให้ออกกำลังกายได้โดยร่างกายไม่ต้องหักโหมมาก และยังสามารถทำงานต่อไปโดยไม่อ่อนล้า แต่ในบางครั้งถ้าหากคุณต้องการออกกำลังกายเต็มที่ คุณสามารถปิดระบบไฟฟ้าและใช้เท้าปั่นเหมือนออกกำลังกายปกติได้ ในอดีตชุดเกียร์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ๆในวงการจักรยาน นักปั่นจักรยานคิดว่าการปั่นจักรยานจะต้องปั่นไม่ใช้เกียร์ แต่ในปัจจุบันจักรยานดีๆทุกคันใช้เกียร์หมดทุกคัน จักรยานไฟฟ้าก็จะเป็นเช่นนั้น


ธุรกิจจักรยานยุคใหม่เริ่มต้นจากวงการจักรยาน

ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในกระแสความคลั่งจักรยาน ไปที่ไหนก็จะมีแต่เสียงเรียกร้องให้มีการสร้างทางวิ่งเฉพาะจักรยานขึ้นมา สถานที่ของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ก็จัดสรรงบประมาณมาให้คนขี่จักรยานได้ใช้ ไม่เว้นแม้แต่สนามบินนานาชาติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ก็แย่งกันประกาศให้พื้นที่ของตนเองเป็นนครแห่งจักรยานกันมากมาย มีการจัดจ้างจัดซื้อเพื่อให้มีเส้นทางสำหรับจักรยานเกิดขึ้น โดยไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ว่าจะคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปหรือไม่ เช่นเดียวกันกับกิจกรรมทางการตลาดและส่งเสริมการขายของสินค้าและบริการจำนวนมาก ก็หันมาใช้จักรยานเป็นตัวทำกิจกรรมกันเป็นล่ำเป็นสัน

จักรยานในปัจจุบันจึงไม่เป็นเพียงแค่พาหนะสำหรับใช้เดินทาง และไม่ใช่เครื่องมือสำหรับใช้ประกอบการออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กลายเป็นแฟชั่นที่หากว่าใครไม่มีหรือมีคนในวงสนทนาพูดเรื่องจักรยานขึ้นมา แล้วไม่สามารถออกความเห็นได้ก็จะกลายเป็นคน “เอาท์” ไปทันที ทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานเติบโตอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียงแค่สามสี่ปีที่ผ่านมา

ธุรกิจจักรยานยุคใหม่เริ่มต้นจากวงการจักรยานใช้แล้วนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งมีแหล่งซื้อขายกันอยู่ตามตะเข็บชายแดนของประเทศไทย กับประเทศเพื่อนบ้านทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก จักรยานใช้แล้วรูปทรงทันสมัยมีอุปกรณ์ต่างๆ มากมายเริ่มซื้อขายกันที่คันละพันบาทต้นๆ จนกระทั่งมีผู้คนนิยมมากขึ้น ราคาจึงไต่ระดับขึ้นไปถึงหลายพันและบางคันแตะระดับหมื่นบาทก็มี

ถึงตอนนั้นจึงเริ่มมีการนำเอาจักรยานแบบเสือภูเขาใหม่เอี่ยมจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย มีการเปิดร้านค้าหรูหราใหญ่โต โดยมีทั้งจักรยานจากประเทศญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา และจากประเทศหลักของโลกจักรยานคือไต้หวัน เข้ามาวางจำหน่ายจนครบทุกยี่ห้อที่มีอยู่ในโลกนี้ รวมถึงจักรยานจากโรงงานผลิตในประเทศไทยที่ออกมาท้ารบกับเขาในตลาดอย่างสมน้ำสมเนื้อด้วย

ตลาดจักรยานในประเทศไทยเติบโตถึงขีดสุด เมื่อรถจักรยานประเภทเสือหมอบชนิดต่างๆ ได้รับความนิยมกันมากในหมู่วัยรุ่น นอกจากธุรกิจรถจักรยานแล้วยังมีธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น เสื้อผ้า, รองเท้า, หมวก, ถุงมือ และอุปกรณ์ประดับตกแต่งอีกมาก มีร้านจำหน่ายจักรยานและอุปกรณ์เกิดขึ้นทุกหัวมุมถนน คนหนุ่มคนสาวมากมายที่ลาออกจากงานประจำเงินเดือนงามมาทำธุรกิจเกี่ยวกับจักรยาน หลายคนประสบความสำเร็จอย่างงดงามในระยะเริ่มต้น

แต่ปัจจุบันนี้สภาพโดยรวมของธุรกิจจักรยานได้ผ่านจุดรุ่งเรืองสูงสุดไปแล้ว คนที่ขี่จักรยานตามแฟชั่นไม่ได้ขี่เพราะชอบจริงๆ ก็เริ่มเบื่อ คนที่กำลังคิดที่จะหันมาทำธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานจึงต้องรอบคอบมากขึ้น เพราะจำนวนจักรยานที่จำหน่ายออกไปแล้วอยู่ในเกณฑ์ใกล้อิ่มตัว ส่วนรายได้จากการจำหน่ายอุปกรณ์ก็ลดน้อยลงไปทุกแห่ง


ธุรกิจทางด้านท่องเที่ยวและตลาดนำเข้าและส่งออกของคนปั่นจักรยาน

ท่ามกลางความคับคั่งของการจราจรบนถนนทุกสาย ทุกช่วงเวลาของกรุงเทพมหานคร ภาพของคนปั่นจักรยานที่ค่อยๆ แทรกตัวเข้ามาร่วมทางด้วยมีให้เห็นเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆจักรยานกลายเป็นปรากฎการณ์ที่ “ฮอต” มากที่สุดของปีนี้ มีร้านค้าตัวแทนจำหน่ายจักรยานแบรนด์ดังจากต่างประเทศมาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการเพิ่มพื้นที่ของการขายจักรยานตามช็อป เคาน์เตอร์อุปกรณ์กีฬาของดิสเค้าน์สโตร์ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น อะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่งจักรยาน เสื้อผ้า อุปกรณ์เสริม ตลอดจนธุรกิจทางด้านท่องเที่ยว แม้แต่เว็บไซต์ดังอย่างพันทิปก็ต้องเพิ่มพื้นที่สำหรับกระทู้ที่พูดคุยเรื่องของจักรยานโดยเฉพาะ พร้อมๆ กับการเกิดขึ้นของกิจกรรม “รักการปั่น” จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาคเอกชนและรัฐบาล ต่อม “อยากปั่น” ยังถูกกระตุ้นต่อด้วยภาพของ Celebที่แชทและแชร์ตามโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำให้ตลาดจักรยานยิ่งคึกคักมากขึ้น

ปรากฎการณ์ต่างๆ กำลังถูกมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิดจากนักการตลาดเพื่อที่จะดูว่า พลังที่เกิดขึ้นจะแรงพอในการสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดให้กับลูกค้าเพื่อการขับเคลื่อนแบรนด์ได้อย่างเต็มที่หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องเล่น แต่ปั่นกันเป็นหมื่นล้าน ปราณี ชุณหญิญโญกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สปอร์ต ไบซิเคิล ผู้แทนจำหน่ายแบรนด์จักรยานดังของโลก Specialized จากอเมริกา และแบรนด์ Colnago จากอิตาลี ให้ความเห็นตรงกับผู้ประกอบการหลายคนว่า มูลค่ารวมของธุรกิจจักรยานไม่ชัดเจน เพราะเป็นช่วงพีคสุดๆ ที่ยังไม่นิ่ง มีทั้งตลาดนำเข้าและส่งออก ตลาดรถบ้าน อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง แต่คาดว่าน่าจะถึงหมื่นล้านบาท เฉพาะส่วนรถนำเข้าหรือรถสปอร์ตยอดขายรวมในปีที่ผ่านมาประมาณ 5 พันล้านบาทขึ้นไป เคยไปงานแฟร์จักรยานระดับโลกเมื่อหลายปีก่อน จะตื่นเต้นกับแบรนด์จักรยาน และนวัตกรรมใหม่ๆ ของอุตสากรรมนี้มาก แต่ใน1-2 ปีนี้แบรนด์ระดับโลกเกือบทุกแบรนด์ถูกนำมาขายในเมืองไทยเกือบหมดแล้วตลาดของการแข่งขันเลยเริ่มทวีความHOT มากขึ้นตามลำดับ แต่ก้อนเค้กที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ส่วนแบ่งของยอดขายของแต่ละรายยังมากพอในการทำธุรกิจ ตลาดจักรยานในประเทศยังอยู่ในช่วงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15-20% ในปี 2013-2014 จากความมั่นใจกระแสจักรยานยังแรง ทำให้การจัดงาน Bangkok Bike 2013 ครั้งที่ 1 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2556 ได้รับความสำเร็จอย่างมาก ทำให้เวลาผ่านไปเพียง 4 เดือน งาน Bangkok Bike 2013 ครั้งที่ 2 ก็เกิดขึ้นโดยมีผู้เข้ามาร่วมงานสูงถึง 117,000 คน สามารถทำยอดขายในงานประมาณ 74 ล้านบาท โดยจักรยานพับเป็นประเภทที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงาน


ธุรกิจให้เช่าจักรยานเริ่มมีบทบาทในสังคมปัจจุบันมากขึ้น

ทุกวันนี้เมืองใหญ่ ๆ ทั่วโลกมีการรณรงค์ให้ใช้ระบบขนส่งมวลชนกันมากขึ้น แทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว เนื่องจากปัญหาการจราจรที่ติดขัด และการเห็นความสำคัญของภาวะโลกร้อน ทำให้เมืองหลวงต่าง ๆ นอกจากจะมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าแล้ว ยังมีการคิดค้นรูปแบบการเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานีรถไฟฟ้าในส่วนของกรุงเทพมหานคร ที่มีปัญหาการจราจรติดขัดเป็นระดับต้น ๆ ของโลก การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญ แต่เส้นทางรถไฟฟ้าในปัจจุบันยังอยู่บนถนนสายหลักและระยะทางไม่ครอบคลุมพื้นที่มากนัก ดังนั้นการเดินทางเชื่อมต่อไปให้ถึงรถไฟฟ้ายังไม่มีความสะดวก ต้องอาศัยรถสองแถว รถเมล์ แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องรถติด ในขณะที่บางรายใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง แต่ก็ต้องจ่ายค่าโดยสารในอัตราที่สูง ดังนั้น กทม. จึงมีแนวคิดที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนด้วยการทำ “ระบบเช่าจักรยานสาธารณะ” ขึ้น

ถือเป็นทางเลือกในการเดินทางรูปแบบใหม่ ที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดพลังงาน ช่วยลดภาวะโลกร้อน ส่งเสริมสุขภาพ และเข้าถึงได้ในทุกพื้นที่ ในภาวะการจราจรที่ติดขัดให้ไปถึงจุดหมายได้รวดเร็วนั้น ก็คือการทำระบบให้เช่าจักรยานสาธารณะ ซึ่งในเมืองใหญ่ทั่วโลกมีการทำโครงการให้เช่าจักรยานกันมานานแล้ว เช่น ปารีส มีรถจักรยานให้เช่าถึง 20,000 คัน บาร์เซโลนา มีให้เช่า 6,000 คัน โคเปนเฮเกน มีให้เช่า 2,000 คัน เบอร์ลินมีให้เช่า 2,000 คัน เป็นต้นโครงการนี้ กรุงเทพมหานคร ได้ให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดหาจักรยานและการให้บริการ นำร่องใน 2 จุด คือ สถานีจามจุรีสแควร์ และ สถานีสยาม โดยมีจำนวนจักรยาน ให้บริการ 100 คัน โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำสถานีดูแลรถจักรยานและนำรถจักรยานมาเติมให้ผู้ใช้บริการตลอดเวลา ซึ่งจุดที่ติดตั้งเป็นจุดที่เชื่อมที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส คือสถานีสยาม ส่วนอีกจุดใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินคือ สถานีสามย่าน ซึ่งผู้เช่าจะสามารถเลือกเช่าจักรยานจากจุดบริการหนึ่ง เพื่อนำไปใช้แล้วส่งคืนยังจุดบริการใดก็ได้ ที่ใกล้กับจุดหมายปลายทางของผู้ใช้เส้นทางมากที่สุด

การใช้บริการ ผู้เช่าจะต้องซื้อบัตรสมาร์ทการ์ด (smart card) มูลค่า 320 บาท โดยแบ่งเป็น 220 บาท คือมูลค่าบัตรและการเป็นสมาชิก ส่วนอีก 100 บาท คือมูลค่าที่สามารถใช้เพื่อการยืมรถจักรยาน โดยสมาชิกจะมีอายุ 1 ปี ค่าต่ออายุสมาชิก 100 บาท ต่อปี ส่วนสิทธิประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับ มีวงเงินการประกันอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถจักรยาน มูลค่า 50,000 บาท มีค่ารักษาพยาบาลตามจริง แต่ไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ในอนาคต ซึ่งหลังจากมีบัตรสมาร์ทการ์ดแล้ว ก็นำไปใช้ในการยืม-คืน จักรยาน ตรวจสอบยอดเงิน เติมเงิน และในอนาคตจะสามารถที่จะใช้งานร่วมกับระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ได้


เทรนด์ธุรกิจปั่นๆจักรยานที่มาแรงในปี 2014

ปั่นครองเมือง กระแสจักรยานกำลังอยู่ในความนิยมของผู้คนอย่างมาก โดยจะเห็นได้จากจำนวนนักปั่นที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยจักรยานสามารถสอดแทรกเข้าไปในวิถีชีวิตของผู้คนได้ในหลากหลายรูปแบบ หลายสไตล์ ซึ่งมีให้เลือกใช้ตามความชอบที่หลากหลายเมื่อผู้คนเปิดใจมากขึ้น จักรยาน จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไปแล้ว

ด้วยความฮิตอย่างแรงจนฉุดไม่อยู่ จึงทำให้ปัจจุบันธุรกิจจักรยานเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะระดับกลางถึงกลุ่มไฮเอนด์ ทั้งเมาน์เทนไบค์ เสือหมอบ รถพับ โดยตัวเลขนำเข้าจักรยานจากต่างประเทศ กระโดดขึ้นไปมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ มียอดเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ไม่นับรวมกลุ่มจักรยานแม่บ้านที่มีตลาดแข็งแรงอยู่แล้ว

นอกจากนั้นแล้ว จักรยานยังสร้างธุรกิจได้อย่างมากมาย โดยจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันมีร้านจำหน่ายจักรยานเปิดขึ้นเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีคาเฟ่ ร้านอาหารที่เจาะเฉพาะกลุ่มจักรยานเปิดมากขึ้นเป็นลำดับ และอีกธุรกิจหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ ธุรกิจทัวร์จักรยาน และเซอร์วิสจักรยาน กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างสูง โดยจะมีการให้บริการหลากหลายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

แม้จะมีธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานเกิดขึ้นมากมาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตลาดนี้ยังเปิดกว้างมีช่องว่างให้ผู้สนใจอีกมากมายช่องว่างของธุรกิจปั่นๆ ที่น่าจับตามองในสายตาของกูรูสาวนักปั่นคนนี้ มีดังนี้
1. แท็กซี่ติดแร็กบรรทุกจักรยาน
2. รถเช่าบรรทุกจักรยานเพื่อการออกทริป
3. แผนที่จักรยาน ที่มีข้อมูลเข้าถึง เข้าใจง่าย อย่างละเอียด ระบุถึงตรอกซอกซอยต่างๆ ที่ลัดเลาะเข้าไปในชุมชนที่สามารถลัดเลาะสู่ถนนใหญ่ได้ ปัจจุบันมีคนรู้ไม่กี่คน เป็นเรื่องดียังไม่มีใครทำ
4. ร้านอาหารเป็นมิตรกับกลุ่มจักรยาน ปัจจุบัน จะมีให้เห็นในรูปของคาเฟ่ ซึ่งต่อไปจะมีร้านเหล่านี้เปิดขึ้นอีก
5. ที่เช่าจอดรถจักรยานอย่างปลอดภัย กำลังขาดอย่างมาก อาจทำในพื้นที่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า รถไฟ หรือชุมชนต่างๆ สามารถทำได้ทั่วประเทศ
6. ธุรกิจให้ยืมจักรยาน ซึ่งอาจไปเปิดในสนามบิน สถานีรถไฟ หรือ สถานีขนส่งต่างๆ เพื่อนักท่องเที่ยวที่มาถึงสามารถเช่าปั่นได้เลย
7. ไบค์ แคมปัส ห้องพักนักศึกษาที่มีจุดเอื้อต่อการเก็บจักรยานในห้อง โดยติดจุดแขวนจักรยานในห้องเพิ่มได้ เป็นการสร้างความแตกต่างให้กับสถานที่ และยังสามารถเปิดตลาดใหม่ๆ ในกลุ่มนักศึกษาได้
8. รับอาบน้ำจักรยาน รับทำความสะอาดให้รถเหมือนใหม่ตลอด และช่วยทำให้จักรยานเก่ามีชีวิตขึ้นอีกครั้ง
9. โรงเรียนสอนปั่นสำหรับเด็ก ให้รู้กฎจราจรเบื้องต้นและปลูกฝังให้รักการปั่น อาจจัดเป็นสวนให้เด็กเข้าไปฝึกปั่น
10. เปิดคอร์สสอนผู้ใหญ่ปั่นจักรยาน เพราะปัจจุบันยังมีคนโตอีกจำนวนมากที่ขี่จักรยานไม่เป็น
11. ธุรกิจบัดดี้จักรยาน เป็นพี่เลี้ยงในการปั่น โดยจะช่วยเซอร์เวย์เส้นทางให้ก่อน และมีการขี่ไปรับพากลับมาส่ง ฝึกปั่นนำสลับปั่นตาม ช่วยสร้างความมั่นใจในการออกถนน
12. ทริปจักรยานวันเดียว ธุรกิจนี้กำลังโตเร็วมาก สามารถเจาะกลุ่มผู้มีกำลังซื้อได้ และกำลังเป็นที่ต้องการ
13. ผลิตรองเท้าปั่น โดยคนไทย ปัจจุบันรองเท้าจักรยานยังเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ คู่หนึ่งไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 บาท ซึ่งคนไทยที่มีฝีมือน่าจะดัดแปลงนำรองเท้าลำลองใส่สบายมาทำ เพียงแค่ติดเคสเข้าไป
14. ที่วางแก้วกาแฟบนจักรยาน เหมือนที่ใส่ขวดน้ำ
15. ไฟจักรยานที่ถูกและเท่ ราคาไม่บาดเจ็บ


การเติมโตของธุรกิจสินค้าจักรยานนำเข้า

มีอะไรน่าสนใจในตลาดจักรยาน ? ที่ผ่านมาเลยมีมวลมหาชนให้ความสนใจพวกมันอย่างล้นหลาม จนกลายเป็นปรากฏการณ์ “จักรยานฟีเวอร์” ที่ทั้ง “ผู้ใช้” “ผู้ซื้อ” กระทั่ง “ผู้เล่น” ในตลาด เพิ่มขึ้น “เท่าทวี”

กระแสนิยมการปั่นจักรยานได้กลายเป็น “Global Trend” ที่มาแรงในปัจจุบัน เนื่องจากผู้คนให้ความสนใจโลกและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น “จักรยาน” เป็นตัวตอบโจทย์ ที่ช่วยประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง และไม่สร้างมลภาวะให้กับโลก ที่มาของกระแสการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน จนมาสู่การปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว ที่กำลังบูมสุดๆ ณ วันนี้
โดยในไทยมีผู้ใช้จักรยานมากถึง 2.25 ล้านคน ไม่ใช่แค่ครอบครัวละคัน แต่ตัวเลข ณ วันนี้ คือ แต่ละบ้านมีจักรยานในครอบครองถึง 2-3 คัน ต่อครอบครัว

ขณะที่ภาพรวมตลาดจักรยานบ้านเรา พบว่า ไทยเป็นแหล่งผลิตจักรยานเพื่อการส่งออก ทั้งรับจ้างผลิตและผลิตในแบรนด์ตัวเอง เป็นตัวแทนจำหน่ายจักรยานนำเข้าหลายแบรนด์ดัง รวมถึง จักรยานมือสองจากต่างประเทศ กระแสนิยมในจักรยาน ทำให้เกิดธุรกิจเกี่ยวข้องตามมามากมาย ตั้งแต่ อะไหล่ อุปกรณ์เสริมตกแต่งรถจักรยาน (Accessories) เสื้อผ้า ธุรกิจและบริการที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการสาวกจักรยานโดยเฉพาะ ฯลฯ และที่ดูจะหอมหวานเอามากๆ ในยุคนี้ ก็ต้องยกให้ “ท่องเที่ยวจักรยาน”

“ประเทศไทยมีตัวเลขผู้ใช้จักรยานเพื่อ การท่องเที่ยวประมาณ 2.6 แสนคน (ปี พ.ศ. 2556) นิยมปั่นแบบไปเช้า-เย็นกลับ และแบบพัก 2 วัน 1 คืน มากที่สุด มีอัตราการออกทริปเฉลี่ยปีละ 1 ครั้ง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 500-1,000 บาท/คน/วัน ซึ่งประมาณการรายได้จากการท่องเที่ยวโดยจักรยานในปีที่ผ่านมามูลค่าราว 900 ล้านบาท”

การเติบโตของทัวร์สองล้อเมืองไทย ที่ไม่ธรรมดา และที่ต้องจับตาเอามากๆ ก็นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวในไทยโดยปีที่ผ่านมา มีทั้งสิ้นกว่า 28,000 คน เบาะๆ เบาๆ ทำรายได้เข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท!

ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เลยเป็นอะไรที่ “หวาน” โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยวรูปแบบ “Exclusive Trip” ซึ่งเป็นที่นิยมของนักปั่นกระเป๋าหนักชาวต่างชาติ ที่แม้จะมีเพียง 10% แต่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของคนกลุ่มนี้ มากกว่า 5,000 บาท/คน/วัน นี่คือตลาดที่ไม่แค่น่าสนใจธรรมดา แต่ต้องบอกว่า น่าสนใจ “เอามากๆ” ใครจะคิดว่าทัวร์สองล้อบางทริป จะราคาสูงถึงหลักล้านบาท! ต่อคน

ธุรกิจจักรยานส่วนใหญ่ เกิดจากคนที่ “อินจัด” ในจักรยาน แล้วผันความชอบมาเป็นธุรกิจ ทุกวันนี้ผู้บริโภคมีการรับรู้ในคำว่าจักรยานสูงมาก มีข้อมูลเยอะขึ้น ทำให้ตลาดเติบโตขึ้นมาก


ตลาดจักรยานรุ่งยอดขายโต

เดี๋ยวนี้มองไปทางไหนตามท้องถนนเห็นผู้คนหันมาใช้ “จักรยาน” เป็นพาหนะกันมากขึ้น มีทั้งปั่นไปทำงานในกรุง ปั่นออกกำลังกาย บางแห่งมีการรวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มขึ้นมาเพื่อปั่นไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ที่เห็นบ่อย ๆ น่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ฮิตปั่นจักรยานฟิกเกียร์สัญจรไปมาบนท้องถนนจนทำให้เจ้าสองล้อถีบที่แม้จะไม่โก้ ไม่รวดเร็วเท่ารถยนต์ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในขณะนี้ !!

ปัญหาสภาพการจราจรที่รุนแรงเพิ่มขึ้น ผนวกกับกระแสการเอาใจใส่ดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย หรือการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น สินค้าตัวหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ คือ รถจักรยาน ได้รับผลดีตามไปด้วยขณะที่ผู้ค้ารายใหญ่ที่อยู่ในวงการมายาวนาน ก็ยังไม่ระบุชัดว่าอนาคตตลาดจะเป็นอย่างไร แต่ก็เชื่อว่ามีการส่งสัญญาณที่ดีออกมาจากผู้บริโภคขณะนี้

สถานการณ์ตลาดรถจักรยานในปัจจุบัน ยังระบุไม่ได้ว่ามีขนาดที่น่าพอใจหรือไม่ แต่กล่าวได้ว่าเห็นพัฒนาการและการเติบโตแบบมีนัย ในระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาพรวมตลาดสร้างการรับรู้ สร้างตลาดอนาคต

“สิ่งที่น่าดีใจก็คือ การรับรู้ในเรื่องของจักรยาน และการยอมรับของกลุ่มผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้ แต่จะไปหาซื้อมาใช้เลยหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง บางคนอาจจะยอมรับและชื่นชอบในรถจักรยาน แต่ยังไม่พร้อมที่จะใช้งานในขณะนี้ แต่ก็ถือว่ากระแสนี้น่าจะเป็นผลดีต่อธุรกิจจักรยานในอนาคต”

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปลายปี 2556 ถึงต้นปีนี้ พบว่าตลาดเริ่มสะดุด เนื่องจากปัญหาสถานการณ์ทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดในเมืองพบว่ายอดขายหดตัวลงไป 15-20% แต่เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายลง ตลาดจะกลับมาเติบโตได้ดีอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับภาพรวมตลาดรถจักรยานขณะนี้ พบว่ามีผู้ทำตลาดเป็นจำนวนมาก และมีรายใหม่เข้ามาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากนับเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ พบว่ามีประมาณ 5-6 กลุ่ม

โครงสร้างตลาดปัจจุบันมีตั้งแต่ระดับล่างไปจนถึงตลาดบน โดยตลาดใหญ่สุด คือ ตลาดแมส (MASS) มีราคาจำหน่ายในระดับประมาณ 1,000-30,000 บาท กลุ่มนี้มีสัดส่วนการขายประมาณ 60-70% และเป็นกลุ่มที่สินค้ามีความหลากหลายมากที่สุด ทั้งรถพับ รถใช้งานทั่วไป รถบีเอ็มเอ็กซ์ หรือ เสือหมอบ เป็นต้น

ส่วนตลาดบน ระดับราคา 50,000- 200,000 บาท ก็ถือว่ามีผู้เล่นเป็นกลุ่มก้อน

“ขณะที่ตลาดที่ราคาสูงกว่านั้นถึงระดับ 600,000 บาท ก็มีเช่นกัน แต่ค่อนข้างน้อย เป็นติ่ง เหมือนส่วนยอดสามเหลี่ยม”

คนไทยนิยมจักรยานสหรัฐ-ยุโรป สำหรับความนิยมในตลาดรถจักรยานไทย ปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นยี่ห้อจากสหรัฐ และยุโรป โดยรถจากสหรัฐเข้ามาทำตลาดในไทยอย่างจริงจังมากกว่า 10 ปี ตามด้วยยุโรป แต่การผลิตส่วนใหญ่จะเป็นการจ้างจากประเทศจีนและไต้หวัน เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยก็ผลิตรถจักรยานเองเช่นกัน ทั้งการรับจ้างผลิต และผลิตยี่ห้อของตัวเอง เพื่อรองรับตลาดทั้งในประเทศและส่งออก โดยตลาดส่งออกหลักคือ ยุโรป ที่นิยมใช้รถจักรยานกันมาก ซึ่งส่วนของ แอลเอ กรุ๊ป ส่งไปยุโรปมากกว่า 95% ในระดับราคาคันละ 120-600 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3,600-18,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีตลาดกลุ่มยี่ห้อรถยนต์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ กลุ่มที่ผู้ผลิตรถจักรยานซื้อลิขสิทธิ์มาผลิต ซึ่งจะมีระดับราคาเหมือนตลาดทั่วไป กับกลุ่มที่เจ้าของยี่ห้อรถยนต์ผลิตเอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่ายยุโรป จะมีจำนวนไม่มาก มียอดขายน้อย และมีราคาสูงในระดับหลายแสนบาท


ธุรกิจเทรนด์จักรยานในมุมมองของตลาด


ปัจจุบันจักรยานมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องที่เป็นไปตามไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เปลี่ยนไป เพราะผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้นและเพื่อตอบสนองต่อการรักโลก เพราะนับวันโลกยิ่งร้อนมากขึ้น ซึ่งจะเห็นว่าตามท้องถนนจะมีผู้ใช้จักรยานมากขึ้นทั้งปั่นไปทำงาน ออกกำลังกาย และบางแห่งมีการรวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มขึ้นมาเพื่อปั่นไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ที่ได้รับรับความนิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งกระแสปั่นจักรยานในไทยขยายวงกว้างมากขึ้นทำให้ธุรกิจจักรยาน มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านจำนวนผู้ใช้จักรยาน และยอดจำหน่ายจักรยานรวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจักรยานสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ จักรยานบ้านทั่วไปและจักรยานทางเลือก ส่วนใหญ่เป็นจักรยานนำเข้าที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้
1.จักรยานเสือภูเขา เป็นรถที่ค่อนข้างลุยเหมาะสำหรับถนนที่อาจจะขรุขระ หรือขี่ในป่า เพื่อการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ซึ่งเหมาะกับประเทศที่ยังไม่เจริญมากนัก บ้านเมืองกำลังพัฒนา เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน แต่อัตราการเติบโตจะลดลง
2. จักรยานเสือหมอบ เหมาะกับการขี่บนถนนเรียบๆ เน้นความเร็ว ดังนั้นจึงเป็นที่นิยมสำหรับการขี่ในเมือง
3.จักรยานทัวร์ริ่ง เน้นปั่นทางไกล เพื่อการท่องเที่ยว
4. จักรยาน ซิตี้ไบค์ จะโตในเมืองและคนเริ่มเปลี่ยนเทรนด์มาขี่จักรยานมากขึ้น
5. จักรยานแบบพับได้ ที่มีเสน่ห์ตรงสามารถพับเคลื่อนย้ายได้ง่าย
สำหรับการเลือกซื้อจักรยานนั้นจะต้องมองถึงความต้องการก่อนว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร เช่น ใช้งาน ออกกำลังกาย หรือแข่งขัน รวมทั้งความถี่ในการใช้งานเพราะจักรยานมีราคาตั้งแต่พันกว่าบาทไปจนถึงหลายแสน นอกจากนี้ควรเลือกซื้อให้เหมาะสมกับขนาดของผู้ใช้ด้วย ฉะนั้นในภาวะที่บ้านเมืองมีการขยายและปัญหาการจราจรที่รุนแรงขึ้น จักรยานก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ใช้ หรือผู้ที่ทำงานสามารถซื้อมาใช้งานเพื่อความสะดวกคล่องแคล่ว ทั้งยังเป็นการหลีกหนีปัญหารถติดในเมืองใหญ่ ประหยัดพลังงานและยังสามารถลดมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมด้วย และได้ออกกำลังกายรักษาสุขภาพไปด้วย จึงทำให้ปัจจุบันเรามักจะเห็นผู้คนหันมาปั่นจักรยานเพิ่มขึ้น


การจัดตั้งธุรกิจจักรยานคาเฟ่ให้เป็นที่นิยมทางการตลาด

การจัดตั้งธุรกิจจักรยานคาเฟ่ให้เป็นที่นิยมทางการตลาด

ปัจจุบันจักรยานเป็นที่นิยมอย่างมาก จะได้เห็นได้จากมีผู้หันมาใช้จักรยานเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางใดก็เห็นผู้ใช้จักรยานเป็นพาหนะมากขึ้น มีทั้งปั่นไปทำงาน ปั่นเพื่อออกกำลังกาย ปั่นเพื่อประหยัดค่าเดินทาง ไม่ว่าจะปั่นเพื่อจุดประสงค์ใดก็ตามจักรยานก็ได้เข้าไปสอดแทรกอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยได้หลายรูปแบบ ได้มีการจัดตั้งกลุ่มนักปั่นขึ้น เราจะเห็นได้จากการรวมตัวกันของกลุ่มวัยรุ่นที่ฮิตปั่นจักรยานฟิกเกียร์สัญจรตามท้องถนนเพื่อปั่นไปทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน ทำให้ในขณะนี้มีกระแสความนิยมได้เกิดขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ ธุรกิจจักรยานมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านตัวผู้ใช้ และยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ธุรกิจหนึ่งที่หนีไม่พ้นคงเป็น ธุรกิจจักรยานคาเฟ่ ซึ่งเป็นกิจกรรมทางด้านสุขภาพที่ได้รับความนิยมจากผู้ใส่ใจสุขภาพ จักรยานคาเฟ่ ถือเป็นแหล่งรวมตัวของผู้ชื่นชอบการปั่นมารวมตัวเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ในการปั่นอย่างถูกต้อง ธุรกิจจักรยานคาเฟ่ในปัจจุบันนับว่าได้รับความนิยม เพราะมีผู้สนใจแวะเวียนมาพบปะ และพักผ่อนแลกเปลี่ยนไอเดียซึ่งกันและกัน ไม่เพียงแต่เฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการปั่นเท่านั้น ผู้ที่หลงใหลเสน่ห์ของจักรยานก็สามารถมาใช้บริการได้เช่นกัน

จักรยานคาเฟ่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยได้รับความนิยมหลักจากการที่คนกรุงส่วนใหญ่เริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และหันมาออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานมากขึ้น จะเห็นได้ในทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็น เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ รวมไปถึงนักท่องเที่ยว หากเราวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคจะพบว่า เหตุผลที่คนส่วนใหญ่หันมาปั่นจักรยานมีความหลากหลายแตกต่างกันออกไป เช่น งานอดิเรก การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพบปะเพื่อนฝูง เป็นการประหยัดการเดินทาง และไว้พบปะเพื่อนฝูงนอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นแหล่งการผลิตเพื่อส่งออก และมีตัวแทนจำหน่ายอยู่มากมาย ซึ่งจักรยานที่นำเข้ามาก็ล้วนแต่เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงด้วยกันทั้งนั้น ยังไม่รวมตลาดจักรยานมือสองที่ได้รับความนิยมจากต่างประเทศ โดยจักรยานนั้นสร้างเงินหมุนเวียนให้กับประเทศไทยปีละไม่ต่ำกว่า 900 ล้านบาท และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ


จักรยานไม้ไผ่ ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจ

กระแสเห่อปั่นจักรยานในบ้านเรายังแรงดีไม่มีตก เพราะได้แรงหนุนจากความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมและเทรนด์ใส่ใจสุขภาพ แถมบวกปัญหาจราจรที่ติดขัดแบบสาหัส

ความนิยมปั่นพาหนะ 2 ล้อไม่ได้เกิดขึ้นในเมืองไทยเท่านั้น แต่ในหลายประเทศก็เกิดกระแสนี้คล้ายๆ กัน บางประเทศจัดเลนสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับจักรยานก็พลอยเติบโตตามไปด้วย

ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า กระแสปั่นจักรยานที่เกิดขึ้นในหลายมุมโลก นอกจากจะส่งผลดีในแง่สิ่งแวดล้อม เพราะเป็นยานพาหนะที่ไม่ปล่อยมลภาวะที่ทำให้โลกร้อน ยังช่วยสร้างโอกาสด้านธุรกิจให้กับคนเล็กคนน้อยในประเทศกานาที่ผลิตจักรยานไม้ไผ่จำหน่ายไปทั่วโลก

ทั้งๆ ที่ไม้ไผ่เป็นวัสดุที่ทนทาน กันแรงกระแทก และพร้อมสำหรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ แต่กลับไม่มีใครนำไม้ไผ่มาเป็นวัสดุในการผลิตจักรยานขายในเชิงพาณิชย์

ครั้งแรกๆ ที่มีคนคิดค้นนำไม้ไผ่มาขึ้นโครงจักรยานเริ่มตั้งแต่ปี 2437 แต่ไอเดียดังกล่าวก็ไม่ได้ถูกสานต่อมานานร่วม 120 ปี จนเพิ่งเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนจากฝีมือของช่างในกานาและหน่วยงานต่างๆ ที่พยายามอย่างหนักให้จักรยานไม้ไผ่แจ้งเกิด

เบอร์นีซ ดาปาห์ ผู้อำนวยการบริหารโครงการริเริ่มจักรยานไม้ไผ่ บอกว่า ตอนนี้กำลังการผลิตแทบจะไม่พอรองรับความต้องการของลูกค้าที่สั่งทำจักรยานไม้ไผ่ และคาดหวังว่าจะเริ่มผลิตขายเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนมิถุนายนปีนี้

แม้จะมีแผนผลิตในเชิงพาณิชย์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเพิ่มการผลิตได้มากพอ เพราะขณะนี้บริษัทมีลูกจ้างทั้งหมด 30 คน สามารถผลิตจักรยานไม้ไผ่แฮนด์เมดได้ราวๆ เดือนละ 60-100 คัน บริษัทจึงต้องเร่งเพิ่มกำลังการผลิต และนำเทคโนโลยีมาช่วยบางส่วน โดยพนักงานจะยังทำจักรยานด้วยมือ แต่จะมีเครื่องสำหรับทำโครงประกอบ ซึ่งเมื่อทุ่นเวลาในส่วนนี้ได้ ก็จะช่วยให้กระบวนการผลิตเร็วขึ้น

จักรยานไม้ไผ่เหล่านี้ใช้กระบวนการผลิตที่พัฒนาโดยวิศวกรชาวอเมริกัน “เครก คาลฟี” ที่ออกแบบจักรยานทดลองทำด้วยไม้ไผ่ตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งนำไม้ไผ่มาใช้ร่วมกับไฟเบอร์และเคลือบด้วยเรซิ่นสังเคราะห์ วิธีการนี้ทำให้จักรยานไม้ไผ่แข็งแรงทนทานไม่แพ้โครงจักรยานที่ทำจากเหล็ก จึงสามารถขับขี่ได้อย่างราบรื่น และเป็นที่นิยมในหมู่ลูกค้าต่างชาติ

ดาปาห์ เล่าว่า จักรยานไม้ไผ่เหล่านี้ได้รับความสนใจจากลูกค้าในอังกฤษ ซึ่งผู้คนมักใช้จักรยานขับขี่ไปไหนมาไหน อีกทั้งยังได้รับความนิยมจากร้านรวงและสถานที่จัดแสดงสินค้า เพราะผู้บริโภคชอบดูจักรยานเหล่านี้

จักรยานไม้ไผ่ต้นแบบคันแรกที่ผลิตจากโรงงานในกานา อวดโฉมมาตั้งแต่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว และรุ่นนี้ยังคงผลิตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าจักรยานไม้ไผ่รุ่นบุกเบิกทนทาน และจะยังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคต่อไปอีกหลายปี

น่าสนใจว่า แนวคิดผลิตจักรยานไม้ไผ่เหมาะสมกับประเทศกานา เพราะจักรยาน 1 คันใช้ไม้ไผ่ประมาณ 2 ลำ ขณะที่ในหลายพื้นที่ของกานามีไม้ไผ่เกลื่อนกลาดและไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ หมายความว่าโครงการจักรยานไม้ไผ่จะไม่ขาดแคลนวัตถุดิบ

ขณะนี้โรงงานยังไม่สามารถผลิตชิ้นส่วนทุกชนิดได้เอง เช่น โซ่ ที่ต้องนำเข้า แต่ก็มีชิ้นส่วนบางอย่างที่ผลิตได้เอง หากบริษัทสามารถหาพันธมิตรได้ ในระยะกลางและระยะยาวก็อาจจะสามารถผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นยาง ล้อ และโซ่


การเติบโตของธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานยังคงอาศัยหลายปัจจัย

การปั่นจักรยานนับเป็นกระแสความนิยมของทั่วโลก

ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางเมืองที่ขยายและปัญหาการจราจรที่รุนแรงขึ้น ในช่วงที่ผ่านมานี้ตลาดจักรยานในบ้านเรามีแนวโน้มการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด จากการเข้ามาของกระแสปั่นเพื่อสุขภาพ เพื่อลดมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม เพื่อประหยัดพลังงาน เพื่อบรรเทาปัญหารถติด หรือเพื่อความสนุกสนานด้านการท่องเที่ยว โดยมีจุดเริ่มต้นกระแสจากจักรยานฟิกซ์เกียร์ที่นิยมในหมู่วัยรุ่น จนมาถึงการขยายตัวของจักรยานแบบกีฬาหรือการท่องเที่ยวที่มีฟังก์ชั่นที่แตกต่าง ส่งผลต่อตลาดที่บูมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

แนวโน้มจักรยานที่เติบโตดีในตอนนี้

คือจักรยานเสือหมอบ ซึ่งเป็นผลพวงจากฟิกซ์เกียร์ที่เป็นตัวจุดประกายให้กับตลาด ผู้ที่ขี่ฟิกซ์เกียร์มักจะหันมาใช้เสือหมอบหรือเสือภูเขามากขึ้น และนิยมตกแต่งด้วยอุปกรณ์เสริมอีกด้วย จึงคาดว่าภาพรวม ตลาดจะยังเติบโตได้อีกมาก เพราะกระแสสุขภาพเป็นกระแสที่ไม่มีวันดับ อีกทั้งยังมีร้านค้าหน้าใหม่เข้ามาในธุรกิจนี้เป็นจำนวนมาก การเติบโตของตลาดจักรยานยังคงอาศัยหลายปัจจัยโดยเฉพาะด้านความปลอดภัยบนท้องถนน จากเลนจักรยานที่เป็นประเด็นที่กำลังกล่าวถึง เพราะตอนนี้คนที่ขี่จักรยานในเขตเมืองจำนวนไม่น้อย ยังต้องอาศัยการนำจักรยานขึ้นรถเพื่อไปหาที่ปั่น เช่น สวนสาธารณะ หรือแหล่งท่องเที่ยว

มาตรฐานอุตสาหกรรมเป็นเพียงมาตรฐานของชิ้นส่วนจักรยาน เช่น มอก.ว่าด้วยวงล้อ กระดิ่ง ห้ามล้อ ซี่ลวด ฯลฯ แต่ทว่ายังไม่มีมาตรฐานสำหรับจักรยานทั้งคัน นอกจากนี้ในอีก 2 ปีข้างหน้า ประเทศในกลุ่มอาเซียนทุกประเทศจะต้องเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งนั่นหมายความว่าระบบภาษีส่วนใหญ่จะเป็นศูนย์หรือใกล้ศูนย์ ทำให้มีโอกาสที่ประเทศคู่ค้าอาจนำจักรยานคุณภาพต่ำราคาถูกเข้ามาทำตลาดมากขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงความไม่ปลอดภัยบนท้องถนนของประชาชนคนไทยจะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ปัจจุบันจักรยานที่ผลิตขายได้กำหนดขนาดมาตรฐานให้ใกล้เคียงกับขนาดร่างกายของผู้ปั่นมากที่สุด ดังนั้นนักปั่นจึงควรเลือกจักรยานที่เหมาะสมกับขนาดร่างกายของตนเองเพื่อให้ปั่นสบายไม่บาดเจ็บ อย่างไรก็ตามขนาดจักรยานที่ผู้ผลิตผลิตออกมานั้นเป็นเพียงขนาดคร่าวๆ ร่างกายของนักปั่นแต่ละคนยังมีความแตกต่างกันเช่น บางคนสูงเท่ากันแต่ช่วงขา ช่วงแขนยาวไม่เท่ากัน จักรยานที่ใช้ก็ต้องแตกต่างกันไป

Bike Fitting

หรือการปรับส่วนประกอบต่างๆของจักรยานให้เหมาะสมกับขนาดร่างกายผู้ปั่น ถึงแม้เราจะเลือกขนาดจักรยานในเบื้องต้นไม่ว่าจะด้วยคำแนะนำจากร้านจักรยานหรือหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต จักรยานที่เพิ่งเข็นออกจากร้านก็ยังอาจต้องการการปรับแต่งอีกให้เหมาะกับร่างกายของเรา ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องของความสบายในการปั่นและลดการการบาดเจ็บจากการนั่งปั่นไม่ถูกท่า การทำ Bike Fitting ซึ่งทำให้ท่านั่งนักปั่นอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องยังทำให้ประสิทธิภาพในการใช้กล้ามเนื้อสูงกว่าการนั่งที่ผิดท่า


การทำธุรกิจในรูปแบบออนไลน์อีกทางเลือกสำหรับความสะดวกสบาย

การทำธุรกิจในเวลานี้นั้นเราสามารถทีจะเลือกลงมือทำได้อย่างหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าและบริการต่างๆ หรือจะเป็นธุรกิจทางด้านอหังสาริมทรัพย์หรือในรูปแบบเฉพาะด้านที่ต่างก็ฝได้รับความสนใจจากผู้คนที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตเป็นอย่างมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการทำธุรกิจออนไลน์ที่สามารถที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ซื้อและผู้ขายกันเลยทีเดียว เนื่องจากสามารถที่จะทำการสั่งซื้อต่างๆได้ผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ซึ่งเป้นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับใคที่ไม่อยากจะอกไปเลือกซื้อสินค้าและบริการต่างๆด้วยตัวเอง เนื่องจากจะต้องเสียเวลาในการเดินทาง รวมถึงยังเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเลือกซื้อสินค้าและบริการดังกล่าวอีกด้วยเช่นกัน ดังนั้นการเลือกที่จะสั่งซื้อผ่านทางโลกออนไลน์จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนไทยในปัจจุบันนั้นให้ความสนใจเป็นอย่างมากนั่นเอง

มาสร้างเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์สำหรับการทำธุรกิจออนไลน์กันเถอะ

เริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ได้แบบง่ายๆเพียงแค่สร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ที่สามารถทำการปรับแต่งได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็น รูปแบบของเว็บไซต์, การออกแบบเว็บไซต์, ข้อมูลสินค้าและบริการต่างๆที่ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์สามารถที่จะแก้ไขได้อย่างตลอดเวลา ก็จะยิ่งช่วยทำให้การขายของออนไลน์ในรูปแบบนี้ของเรานั้นเกิดความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก โดยอาจที่เลือกใช้งานร้านค้าออนไลน์มาเป็นตัวช่วยที่จะเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกิจออนไลน์ได้มากยิ่งขึ้น เพราะเป็นเว็บไซต์สำเร็จรูปจึมีระบบสำเร็จรูปในรูปแบบต่างๆให้ใช้งานอย่างมากมาย พร้อมทั้งยังสามารถเลือกช้ลบริการเสริมต่างๆเพิ่มเติมลงไป เพื่อที่จะทำให้เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ของเรานัน้มีความสวยงามและแตกต่างจากเว็บไซต์ขายสินค้าและบริการอื่นๆได้อีกด้วย เพื่อเป็นอีกหนึ่งจุดดึงดูดให้ลูกค้าที่เข้ามาเลือกซื้อสินค้าและบริการเกิดความสนใจมากยิ่งขึ้นั่นเอง